เพราะกลัวว่าลู่เฟิ่งอู๋กลับไปแล้วอาจโดนซ้อม ตอนพาเขาไปกินมื้อเย็น เย่ชุนเซิงจึงตั้งใจเลือกร้านอาหารที่แพงที่สุด
“คุณชายมหาเศรษฐี กินอีกหน่อยสิ” เย่ชุนเซิงคีบอาหารให้ลู่เฟิ่งอู๋อย่างเอาใจ “ร้านนี้แพงขนาดนี้ อาหารต้องอร่อยมากแน่ ๆ กินเยอะ ๆ จะได้บำรุงร่างกาย”
กลับไปจะได้ทนมือทนเท้าขึ้นอีกหน่อย
ลู่เฟิ่งอู๋เพลิดเพลินกับการเอาใจของเย่ชุนเซิงจนกระทั่งกินอิ่มดื่มเต็มที่แล้วค่อยพูดว่า “วางใจเถอะ ตาแก่นั่นไม่กล้าตีฉันหรอก”
วันนี้เย่ชุนเซิงได้ฟังเรื่องซุบซิบของตระกูลมหาเศรษฐีอันดับหนึ่ง จึงได้เปิดหูเปิดตาไปไม่น้อย แต่ก็ยังอดถามด้วยความสงสัยไม่ได้ว่า “ทำไมล่ะ?”
“ถ้าเขากล้าตีฉัน ฉันก็จะตัดขาดกับเขา” น้ำเสียงหยิ่งผยองมั่นใจของลู่เฟิ่งอู๋ฟังราวกับตัวเขาเป็นมหาเศรษฐี ส่วนพ่อเป็นลูกชายของเขาอย่างไรอย่างนั้น
ถ้า “ลูกชาย” ไม่เชื่อฟัง ก็ไล่ออกจากบ้านแล้วตัดขาดกันไปเลย
เย่ชุนเซิง “...เป็นลูกชายแบบคุณนี่ก็เก่งไม่เบาเลยนะ”
ลู่เฟิ่งอู๋เลิกคิ้ว
แต่เขาไม่อยากพูดถึงตาแก่ที่บ้านอีก จึงเปลี่ยนเรื่องถามว่า “กลางวันคุณบอกว่าจะไปเรียนแต่งหน้าเหรอ?”
“อื้อ!” เย่ชุนเซิงพยักหน้า ขยิบตาให้ลู่เฟิ่งอู๋ แล้วอวดผลงานที่เรียนมา “วันนี้ฉันแต่งหน้าตามที่ครูสอนเลย เสื้อผ้าก็จับคู่ตามที่ครูสอนเหมือนกัน สวยไหม?”
ลู่เฟิ่งอู๋พยักหน้า ชมอย่างไม่หวงคำพูด “สวย”