บทที่ 10 ใจเย็นก่อนนะ ใจเย็นก่อน
เชิ่งอวี้เหนียนพิงผนังข้างประตู ขายาวไขว้กันอย่างสบายอารมณ์ จ้องมองเธอเงียบ ๆ
ชุดสูทสีเทาเข้มขับเน้นแนวไหล่และช่วงเอวให้ดูคมชัด เนื้อผ้าทอประกายเย็นเยียบใต้แสงเงา
หยุนเหมี่ยวเพิ่งจะอ้าปาก เอวก็พลันถูกรัดแน่น แขนทรงพลังข้างหนึ่งดึงเธอไปด้านข้าง จนทั้งร่างตกเข้าไปในอ้อมกอดแข็งแกร่ง
พอดีมีคนเดินผ่านโถงใหญ่ หยุนเหมี่ยวดิ้นขัดขืนอยู่สองสามที แต่ก็ไม่อาจหลุดออกมาได้
ด้วยความร้อนใจ เธอจึงได้แต่ซุกหน้าลงกับอกเขา
กลิ่นหอมเย็นสดชื่นโอบล้อมลมหายใจของเธอ พวงแก้มพลันร้อนผ่าวขึ้นมา
เสียงฝีเท้าด้านหลังค่อย ๆ ไกลออกไป หยุนเหมี่ยวจึงเงยหน้าขึ้นมองเชิ่งอวี้เหนียน
ต่างจากเธอที่ลนลานจนทำอะไรไม่ถูก เชิ่งอวี้เหนียนกลับหายใจสม่ำเสมอ สีหน้าเป็นปกติ
“ทำไมจู่ ๆ ถึงกลับเมืองเฟิงเฉิง”
ดวงตาคู่นั้นสงบนิ่งเกินไป จนแฝงแรงกดดันที่ยากจะบรรยาย
เสียงสัญญาณเตือนดังสนั่นในหัวหยุนเหมี่ยว ชั่วขณะหนึ่งเธอถึงกับไม่กล้าดิ้น
“ฉันแค่...คิดถึงบ้าน ก็เลยกลับมาค่ะ”
เชิ่งอวี้เหนียนจ้องตาเธออยู่นาน ไม่พูดอะไรสักคำ ราวกับกำลังไตร่ตรองว่าคำพูดนี้จริงใจหรือแค่พูดส่ง ๆ
“คิดถึงบ้านถึงขนาดซื้อตั๋วกลับมาตอนดึก ๆ เลยเหรอ”
แผ่นหลังของหยุนเหมี่ยวเย็นวาบ
เขารู้ได้ยังไงว่าเธอซื้อตั๋วกลับมาตอนดึก ๆ
เรื่องนี้คิดดูให้ดีก็น่าขนลุกจริง ๆ
เขาไม่เพียงรู้ว่าเธอกลับมาตอนดึก ยังโทรไปหาแม่ของเธอได้ แถมยังตามหาเธอที่นี่เจออย่างง่ายดายอีกด้วย!
ยิ่งหยุนเหมี่ยวคิดก็ยิ่งหวาดหวั่น เธอตกใจจนผ่านไปพักใหญ่กว่าจะเอ่ยปาก