บทที่ 15 เจ็ดวันเก้าชั่วโมงสิบหกนาที
ขณะเดียวกัน ลู่อินก็กำลังสำรวจภายในรถ
แม้เขาจะไม่เคยพบเชิ่งอวี้เหนียนมาก่อน แต่ก็ไม่ได้ไม่รู้จักอีกฝ่าย
แค่ติดตามข่าวสารสักหน่อย ก็ไม่มีทางไม่รู้จักเขา
แต่ทำไมเขาถึงมารับหยุนเหมี่ยวล่ะ
“หยุนเหมี่ยว เธอกับเชิ่ง...”
ลู่อินพูดได้เพียงครึ่งประโยค ก็สบเข้ากับดวงตาสีดำลึกล้ำคู่หนึ่งจากอีกฟาก แรงกดดันที่ถาโถมเข้ามาทำให้เขาเงียบกริบทันที
สายตาเรียบเฉยของเชิ่งอวี้เหนียนไม่ได้หยุดอยู่ที่ลู่อินแม้แต่น้อย แต่จับจ้องหยุนเหมี่ยวอย่างแม่นยำ
หัวใจของหยุนเหมี่ยวเต้นรัวขึ้นมาทันที
“รุ่นพี่ลู่ ฉันไปก่อนนะคะ”
เธอไม่สนใจท่าทีเหมือนอยากพูดแต่ก็ไม่พูดของลู่อิน ก่อนก้าวตรงไปยังเบนท์ลีย์สีดำ
ผู้ช่วยสวี่เดินไปถึงก่อน รับกระเป๋าคอมพิวเตอร์จากเธอ แล้วเปิดประตูที่นั่งด้านหลังให้
“ขอบคุณค่ะ” หยุนเหมี่ยวกล่าวขอบคุณก่อนขึ้นรถ
ทันทีที่ประตูรถปิดลง เธอเพิ่งนั่งได้มั่นคง ก็เห็นชายหนุ่มข้างกายแตะปุ่ม “ความเป็นส่วนตัวในคลิกเดียว” บนหน้าจอที่พนักวางแขน
เธอยังไม่ทันได้พูดอะไร เอวก็ถูกรั้งแน่น ร่างลอยขึ้นจากเบาะ
วินาทีต่อมา เธอก็นั่งลงบนตักของชายหนุ่มอย่างมั่นคง ขายาวแข็งแรงของเขารองรับร่างเธอไว้
“เชิ่งอวี้เหนียน”
หยุนเหมี่ยวร้องเสียงหลง พยายามไถลลงจากตักเขา
เพิ่งขยับตัวขึ้น ก็ถูกฝ่ามือใหญ่คู่หนึ่งกดเอาไว้
แรงไม่ได้มากนัก แต่ไม่เปิดโอกาสให้ปฏิเสธ
เมื่อสังเกตเห็นว่าบรรยากาศในรถค่อนข้างอึมครึม อีกทั้งผู้ช่วยสวี่ยังไม่ขึ้นรถเสียที หยุนเหมี่ยวจึงรู้จักกาลเทศะและเงียบลงอย่างว่าง่าย
มือของเชิ่งอวี้เหนียนที่โอบเอวเธอไว้ไม่มีทีท่าว่าจะคลายออก
“ได้เพื่อนใหม่แล้วเหรอ”
ทั้งที่น้ำเสียงทุ้มนุ่ม แต่หยุนเหมี่ยวกลับสัมผัสได้ถึงแรงกดดันที่แผ่เข้ามา
สัญชาตญาณบอกเธอว่าต้องตอบคำถามนี้อย่างระมัดระวัง