เจียงจืออวี่ปั่นจักรยานมุ่งหน้าไปยังตัวเมือง ลมหนาวพัดจนแก้มชา แต่เธอก็ไม่ได้ชะลอความเร็ว พรุ่งนี้ซ่งเยี่ยนโจวจะนำทีมขึ้นเขา ถึงตอนนั้นรอบหมู่บ้านเขาเค่าซานคงมีสายสืบอยู่ไม่น้อย ตอนนี้ต้องรีบระบายเสบียงในมิติออกไปก่อน จะได้ไม่เกิดเรื่องไม่คาดฝัน
ใกล้ถึงตัวเมือง เธอก็เลี้ยวเข้าไปในป่าละเมาะที่ไม่มีคน แล้วเก็บจักรยานเข้าไปในมิติ ก่อนปัดฝุ่นตามเสื้อผ้า กลิ่นหอมจากร้านอาหารของรัฐลอยมาตามลม ชวนให้ท้องร้องโครกคราก ชามื้อเช้าย่อยหมดไปนานแล้ว
เธอก้าวเข้าไปในร้านอาหารของรัฐ ด้านในมีคนอยู่ไม่กี่คน พนักงานกำลังฟุบหลับอยู่บนเคาน์เตอร์ พอเห็นเธอเข้ามาก็ปรือตาขึ้นถามว่า “จะกินอะไร?”
“หมูพะโล้สองจาน ผัดผักหนึ่งจาน แล้วก็ข้าวสามชาม” เจียงจืออวี่วางเงินกับคูปองอาหารลงบนเคาน์เตอร์ “อีกอย่าง ช่วยห่อกลับบ้านเหมือนกันอีกสามชุด ใส่เนื้อให้เยอะหน่อย”
พนักงานเลิกคิ้ว “ห่อกลับบ้านตั้งเยอะเลยเหรอ?”
“หัวหน้าหน่วยงานสั่งมาค่ะ” เจียงจืออวี่ตอบหน้าตาเฉย “บอกว่าฝีมือพ่อครัวร้านคุณเป็นที่หนึ่งในเมือง ให้เตรียมไว้เยอะหน่อย”
พ่อครัวร่างท้วมที่อยู่ในครัวได้ยินเข้าก็ชะโงกหน้าออกมา หัวเราะคิกคัก “สหายคนนี้ตาถึงจริง ๆ!” เขาโบกทัพพี “วันนี้เนื้อสดมาก เดี๋ยวฉันหั่นเพิ่มให้อีกสองชิ้น!”
เจียงจืออวี่ตาไว เห็นเขาตักหมูสามชั้นชิ้นใหญ่เพิ่มลงไปในจานอีกสองชิ้น จึงรีบล้วงลูกอมผลไม้ออกมาหกเม็ด ยื่นให้พนักงาน “ลำบากหน่อยนะคะ รับน้ำใจเล็ก ๆ น้อย ๆ นี่ไว้ค่ะ” จากนั้นก็พยักพเยิดไปทางพ่อครัว
พนักงานเข้าใจทันที หันหลังเดินเข้าครัว ยื่นลูกอมสามเม็ดให้พ่อครัว “ผู้หญิงคนนั้นให้มาค่ะ บอกว่าขอบคุณที่เพิ่มเนื้อให้”
พ่อครัวรับไป แกะลูกอมเม็ดหนึ่งใส่ปาก ยิ้มจนตาหยี “สาวน้อยคนนี้รู้จักเอาใจคนจริง ๆ! ลูกฉันชอบกินไอ้นี่มาก กลับไปคงดีใจแย่”
