หลังจากเหล่าทหารกินข้าวเสร็จ ก็รีบแยกย้ายไปประจำหน้าที่ทันที ทหารที่เฝ้าระวังกระชับปืนในมือ สายตาคมกริบกวาดมองรอบปากถ้ำ ส่วนทหารที่ตรวจนับก้มหน้าทำงานอยู่ท่ามกลางกองลัง ปลายปากกาขีดเขียนบนสมุดดังซ่า ๆ เป็นระยะก็รายงานตัวเลขเสียงเบา เช่น “ปืนไรเฟิล 20 กระบอก” “ระเบิดมือ 1 ลัง” ทหารที่รับหน้าที่จัดฉากพรางกลับคืนก็ค่อย ๆ วางเถาวัลย์กลับที่เดิม พยายามไม่ให้เหลือร่องรอยแม้แต่น้อยว่ามีใครเคลื่อนย้ายมัน
เจียงจืออวี่พิงผนังหิน มองพวกเขาทำงานกันอย่างเป็นระเบียบ ความรู้สึกปลอดภัยในใจยิ่งชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ จนกระทั่งแสงสุดท้ายของดวงอาทิตย์ลอดผ่านช่องว่างระหว่างเถาวัลย์ ทิ้งเงาลายพร้อยไว้บนพื้น ทหารที่รับหน้าที่ตรวจนับจึงค่อยถอนหายใจยาว ปิดสมุดแล้วรายงานว่า “รายงานท่านผู้การซ่ง ตรวจนับทั้งหมดเรียบร้อยแล้ว ตรงกับยอดประเมินเบื้องต้นครับ!”
ซ่งเยี่ยนโจวพยักหน้า เซ็นชื่อเสร็จก็เดินมาหาเจียงจืออวี่ “ตรวจนับเสร็จแล้ว เดี๋ยวผมไปส่งคุณลงเขา”
เจียงจืออวี่ลุกขึ้น ปัดฝุ่นบนเสื้อผ้า “ไปกันเถอะ”
ทั้งสองเดินย้อนกลับไปตามทางเดิม ระหว่างทางไม่มีใครพูดอะไร ป่าเขาเงียบสงัด มีเพียงเสียงใบไม้เสียดสีกับสายลมและเสียงฝีเท้าของทั้งคู่ ทว่าบรรยากาศก็ไม่ได้กระอักกระอ่วน พอใกล้ถึงปากหมู่บ้าน เสียงแหลม “ฟิ้ว—” ก็ดังแหวกอากาศ กระสุนเฉียดใบหูของเจียงจืออวี่ไปปักเข้ากับลำต้นไม้ข้างทาง เศษไม้กระเด็นกระจาย
“ระวัง!” ซ่งเยี่ยนโจวพุ่งเข้ามาแทบจะทันทีตามสัญชาตญาณ กดเจียงจืออวี่ลงกับพื้นไว้แน่น
ที่จริงเจียงจืออวี่ใช้พลังพิเศษทางจิตตรวจจับวิถีกระสุนได้ตั้งแต่แรก แต่ปฏิกิริยาที่รวดเร็วราวสายฟ้าของเขาก็ยังทำให้เธอสะดุ้งอยู่ดี—ความระแวดระวังของผู้ชายคนนี้เหนือกว่าผู้มีพลังพิเศษระดับสูงในยุควันสิ้นโลกเสียอีก
