โรงแรมราคาถูกที่ระบบสแกนพบชื่อว่า “โรงเตี๊ยมไท่อัน”
เจียงจืออวี่ผลักประตูเข้าไป โถงด้านหน้ามืดสลัวและคับแคบจนวางได้เพียงเคาน์เตอร์หนึ่งตัวกับเก้าอี้สองตัว ดวงตาของเธอใช้เวลาปรับเข้ากับความมืดครู่หนึ่ง ก่อนจะมองไปยังเจ้าของร้านหลังเคาน์เตอร์
เป็นชายชราผมขาวโพลน สวมแว่นสายตายาว กำลังก้มหน้าขีดเขียนอยู่บนสมุดบัญชีโดยไม่เงยหน้าขึ้นมา
“พักห้องหรือเปล่า?”
“ค่ะ ขอห้องเดี่ยวห้องหนึ่ง” เจียงจืออวี่ล้วงธนบัตรฮ่องกงสองสามใบจากกระเป๋าส่งให้ เงินนี้ได้มาจากการแลกเงินปอนด์ที่เธอใช้ตอนซื้ออาหารกักตุนก่อนหน้านี้
ชายชราดันแว่นขึ้นแล้วเหลือบมองเธอแวบหนึ่ง ก่อนจะหันไปหยิบกุญแจจากผนัง “ชั้นสาม เลี้ยวซ้าย ห้องสุดท้าย วันละยี่สิบเหรียญ จ่ายล่วงหน้าสามวัน”
เจียงจืออวี่รับกุญแจมา ป้ายไม้ที่ห้อยอยู่เขียนเลข “306” ด้วยสีแดง เธอถือกระเป๋าผ้าใบหนึ่งไว้เป็นฉากหน้า ทำทีว่าเป็นสัมภาระของตัวเอง แล้วเดินขึ้นบันไดที่ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าด
บันไดทำจากไม้ ทุกครั้งที่เหยียบจะส่งเสียงลั่นเอี๊ยดอ๊าด กลิ่นอับชื้นคล้ายเชื้อราลอยคลุ้งอยู่ในอากาศ
เจียงจืออวี่มาถึงห้องสุดท้ายแล้วผลักประตูเข้าไป ห้องไม่กว้างนัก มีเตียงโครงเหล็กหนึ่งหลัง ตู้เสื้อผ้าใบเล็กหนึ่งใบ และโต๊ะตัวเล็กตั้งอยู่ริมหน้าต่าง ซึ่งหันออกไปทางถนนพอดี
เจียงจืออวี่คลายความระแวดระวังลง แล้วทิ้งตัวลงนอนบนเตียง ความรู้สึกมั่นคงที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อนผุดขึ้นในใจ ประสบการณ์ตลอดสองวันที่ผ่านมาราวกับความฝันอันเหลือเชื่อแต่กลับเป็นเรื่องจริง ทั้งยังทำให้เธอยิ่งรู้สึกขอบคุณเจ้าของร่างเดิม
