เจียงจืออวี่ก้าวออกมาจากเงามืด สีหน้าเรียบเฉย กวาดตามองทั้งสองคน ก่อนอาศัยถุงผ้าใบกำบัง หยิบมีดสั้นออกมา
“คุณไปได้แล้ว” เธอเอ่ยเสียงราบเรียบ ไร้อารมณ์ใด ๆ พร้อมส่งสัญญาณให้ชายสวมเสื้อกล้ามสีดำด้วยมีดสั้น
ชายเสื้อกล้ามดำชะงักไป ก่อนจะหัวเราะเยาะ “มาอีกคนแล้วเหรอ? โอ้โห สาวสวยซะด้วย เป็นไงล่ะ มาคบกับพี่สิ รับรองได้กินดีอยู่ดี”
“ไม่อยากตายก็รีบไสหัวไป!” เจียงจืออวี่ก้าวไปข้างหน้า “สาม สอง...”
“ยัยเด็กปากดี!” เขาพูดพลางคว้ามีดสั้นพุ่งเข้าใส่เจียงจืออวี่
เจียงจืออวี่ยืนนิ่งไม่ไหวติง รอจนอีกฝ่ายพุ่งเข้ามาใกล้ จึงเบี่ยงตัวหลบฉับพลัน พร้อมยกมือคว้าข้อมือชายเสื้อกล้ามดำแล้วบิดอย่างแรง
“กร๊อบ!”
ชายเสื้อกล้ามดำร้องลั่น ข้อมือหลุดจากข้อ มีดสั้นร่วงลงพื้น ยังไม่ทันได้ตั้งตัว เจียงจืออวี่ก็เตะเข้าที่ข้อพับเข่า ชายคนนั้นทรุดลงคุกเข่ากับพื้นทันที
ละอองควันพิษสีม่วงจาง ๆ สายหนึ่งดีดออกจากปลายนิ้วของเธอ แทรกซึมเข้าสู่ร่างชายเสื้อกล้ามดำอย่างเงียบเชียบ เธอชอบจัดการให้สิ้นเรื่องสิ้นราวมาตลอดไม่ใช่หรือ?
“ไสหัวไป”
น้ำเสียงของเจียงจืออวี่ยังคงราบเรียบ ไม่มีความเปลี่ยนแปลงแม้แต่น้อย
ชายเสื้อกล้ามดำกุมข้อมือที่หักไว้ มองเธออย่างหวาดกลัว ก่อนเหลือบมองซ่งเยี่ยนโจวที่นอนหมดสภาพอยู่บนพื้น กัดฟันลุกขึ้น แล้วโซเซหนีไป
ตรอกกลับคืนสู่ความเงียบอีกครั้ง
ซ่งเยี่ยนโจวพิงกำแพง หอบหายใจอย่างหนัก เลือดไหลทะลักออกจากบาดแผลไม่หยุด เขาเงยหน้ามองเจียงจืออวี่ ดวงตาเต็มไปด้วยความระแวดระวัง “คุณเป็นใคร? ทำไมถึงช่วยผม? คุณต้องการแบบแปลนเหมือนกันเหรอ? ผมบอกไว้ก่อนว่าไม่มี”
เจียงจืออวี่ยังไม่ตอบทันที เธอเดินไปย่อตัวตรงหน้าเขา ตรวจดูบาดแผล บริเวณไหล่ เอวด้านข้าง และต้นขามีแผลมีดอยู่สามแห่ง แผลตรงเอวลึกที่สุด จนถึงชั้นกล้ามเนื้อแล้ว
