สายลมยามค่ำคืนของเมืองท่าพัดกลิ่นคาวเลือดจางหายไปจนหมด
เจียงจืออวี่ยืนอยู่ตรงหัวมุมถนน มองกระท่อมไม้ผุพังหลังนั้นค่อย ๆ เลือนหายเข้าไปในเงามืดใต้เถาวัลย์พันเกี่ยว ราวกับไม่เคยมีใครอยู่ที่นั่นมาก่อน
ความรู้สึกโล่งใจเมื่อครู่ไม่ใช่ภาพลวงตา การลงมือจัดการครอบครัวของลุงใหญ่ด้วยตัวเอง ไม่เพียงเป็นการแก้แค้นให้เจ้าของร่างเดิม แต่ยังเหมือนตัดสายใยสุดท้ายที่ผูกพันกับโลกเดิมซึ่งเธอทะลุมิติมา นับจากนี้เธอก็คือเจียงจืออวี่ และจะมีชีวิตอยู่เพื่อตัวเอง
เมื่อเดินผ่านร้านขนมหวานร้านหนึ่ง เธอก็หยุดฝีเท้า กลิ่นหอมหวานลอยปะปนมากับสายลมยามเย็น เธออยากกินอีกแล้ว จึงผลักประตูเข้าไปสั่งหยางจือกานลู่หนึ่งถ้วย
เนื้อมะม่วงเย็นฉ่ำผสมกับสาคูไหลลงคอ รสหวานละมุนไม่เลี่ยนแผ่ซ่านบนปลายลิ้น เธอค่อย ๆ กินไปพลางมองรถลากกับป้ายไฟนีออนที่เคลื่อนไหวอยู่ด้านนอกหน้าต่าง แล้วจู่ ๆ ก็รู้สึกว่าเมืองท่าในยุคเจ็ดศูนย์แห่งนี้ก็น่ารักอยู่ไม่น้อย
“0047 ช่วยตรวจดูหน่อยว่าช่วงนี้มีงานประมูลที่ไหนบ้าง” เธอตักเม็ดส้มโอขึ้นมาหนึ่งช้อน “ทองคำกับเครื่องประดับในมิติ เก็บออกมาเปลี่ยนเป็นเงินดอลลาร์ฮ่องกงที่ใช้ได้ทั่วไปสักส่วนหนึ่ง เอาไว้ซื้อของมาตุน”
【โฮสต์ วันเสาร์หน้ามีงานประมูลส่วนตัวที่เซ็นทรัล รับซื้อของเก่า ภาพวาดและอักษรวิจิตร รวมถึงโลหะมีค่าโดยเฉพาะ】
“ดีเลย” เจียงจืออวี่วางช้อน จ่ายเงินแล้วลุกขึ้น
โรงภาพยนตร์ฝั่งตรงข้ามถนนกำลังฉายหนังเก่า ดาราหญิงบนโปสเตอร์ยิ้มหวานราวกับดอกไม้ จู่ ๆ เธอก็นึกถึงความทรงจำของเจ้าของร่างเดิม แม่เคยบอกว่าเมื่อสถานการณ์สงบลง จะพาเธอไปดูหนังสีสักเรื่อง
“บางทีฉันคงต้องรีบกลับไปแล้ว พอได้ร่างนี้มา ก็ต้องรับผลจากเหตุที่เธอทำไว้ด้วย ไม่อย่างนั้นภาพพวกนี้คงไม่ผุดขึ้นมาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย พ่อแม่ของเจ้าของร่างเดิมคงใช้ชีวิตกันไม่ดีแน่” เจียงจืออวี่พึมพำเบา ๆ กับตัวเอง
