ตะวันคล้อยลับขอบฟ้า กลางวันเปลี่ยนผ่านเป็นกลางคืน กว่าจะลอกก้านรากบัวเสร็จก็ผ่านไปสามวันเต็ม
สามวันต่อมา
“ปุด ๆ ๆ~”
หม้อดินเผาที่ตั้งบนเตาถ่านค่อย ๆ เดือดขึ้น พร้อมกับที่เส้นใยรากบัวชุดสุดท้ายซึ่งแช่น้ำเพื่อฆ่าเชื้อและกำจัดสิ่งสกปรกถูกดึงออกมาจนหมด ในที่สุด “ขั้นตอนแรก” ก็เสร็จสิ้นเสียที
สวีหวยนำมันไปวางบน “ถาดตาก” ที่สานจากไม้ไผ่ แล้วคลุมด้วยผ้าขาวบางก่อนนำออกไปตากแดด
จากนั้นก็เริ่มขั้นตอนต่อไปอย่างเป็นทางการ
เขาหาหม้อดินเผามาใบหนึ่ง แล้วค่อย ๆ เทของบางอย่างที่มีเนื้อสัมผัสคล้ายน้ำมันลงไป
“นั่นอะไรน่ะ?”
ในห้องสังเกตการณ์ อาจารย์เหอถามอย่างสงสัย
จี้ซวี่เหยียนเองก็ไม่รู้ว่ามันคืออะไร จึงไม่กล้าตอบ ส่วนสวีชีชีที่อยู่อีกฟากของจอก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน ได้แต่ลองพูดหยั่งเชิงว่า
“น้ำมันละหุ่งมั้ง?”
“แล้วนั่นมันคืออะไร?” จี้ซวี่เหยียนขมวดคิ้ว
อะไรแปลก ๆ แบบนี้อีกแล้วเนี่ย…
“น้ำมันละหุ่งก็คือน้ำมันพืชธรรมชาติที่สกัดจากเมล็ดละหุ่ง ซึ่งเป็นพืชในวงศ์ยูโฟร์เบีย มีคุณสมบัติหนืดสูง ไม่แห้งแข็งง่ายเมื่อสัมผัสออกซิเจน และมีจุดเดือดสูงค่ะ” สวีชีชีอธิบาย
หลังจากโดนตบหน้าด้วยเรื่อง “ก้านรากบัว” คราวก่อน จี้ซวี่เหยียนก็ไม่กล้าดูถูกน้ำมันละหุ่งง่าย ๆ คราวนี้เขาแค่ถามว่า
“แล้วของนี่เอาไปทำอะไรได้บ้าง?”
ปรากฏว่าความระมัดระวังของจี้ซวี่เหยียนมีเหตุผลจริง ๆ…
“ใช้ได้ตั้งหลายอย่างเลยค่ะ…”
สวีชีชีงอนิ้วนับไปพลางอธิบายไปว่า “ใช้ทำยาได้ กินเพื่อช่วยระบายหรือทาผิวเพื่อลดการอักเสบก็ได้ ใช้เป็นน้ำมันหล่อลื่นสำหรับการบินและอวกาศ เครื่องจักรความเร็วสูง และเครื่องมือความแม่นยำสูงก็ได้เหมือนกัน แถมยังเป็นวัตถุดิบทางเคมี ใช้ผลิตกรดเซบาซิก สารเพิ่มความยืดหยุ่น โพลียูรีเทน สีเคลือบ…และอื่น ๆ อีกค่ะ”
【อ้อ…】
ผู้ชมฟังกันจนงงไปหมด แม้จะฟังไม่เข้าใจ แต่ก็รู้สึกว่ามันดูเจ๋งมาก
ภาพตรงหน้าทำให้จี้ซวี่เหยียนรู้สึกขัดใจอยู่นิด ๆ เขากำลังจะพูดอะไรบางอย่าง…
แต่หางตากลับเหลือบไปเห็นภาพจากกล้องถ่ายทอดสดว่า หลังจากเทน้ำมันละหุ่งลงไปประมาณครึ่งชั่ง สวีหวยก็ค่อย ๆ เติมพริกไทยเสฉวน ไป๋จื่อ ไป๋จี๋…และเครื่องเทศอื่น ๆ ลงไปด้วย
【???】
ไม่ต้องรอให้จี้ซวี่เหยียนตอบ ผู้ชมหลายคนก็อดวิจารณ์กันไม่ได้
【นี่กำลังทำอะไรกันอยู่?】
【น้ำมันละหุ่งฉันไม่รู้จัก แต่พริกไทยเสฉวนกับไป๋จื่อนี่รู้จักนะ!】
【จะทำอาหารเหรอ?】
【ฉันเพิ่งลองค้นดู เหมือนน้ำมันละหุ่งจะมีพิษ กินตรง ๆ ไม่ได้นะ】
【แล้วใครช่วยบอกทีว่า “น้ำมันละหุ่ง” อ่านยังไง?】
【อ่านตามฉันนะ ละหุ่ง!】
【ฉันก็สอนได้ น้ำมันละหุ่ง!】
【…ไอ้พวกบ้าเอ๊ย!】
…
“หึ~”
จี้ซวี่เหยียนหัวเราะเยาะ “เมื่อกี้ยังบอกว่าเอาไว้ใช้ทางการแพทย์กับอุตสาหกรรมเคมีไม่ใช่เหรอ? แล้วใส่พริกไทยเสฉวนกับไป๋จื่อไปทำไม จะทำอาหารหรือไง?”
สองวันนี้สวีหวยทำให้เขาหงุดหงิดใจอยู่ตลอด ในที่สุดก็จับจังหวะได้แล้ว มีหรือจะไม่โจมตีให้เต็มที่
ไม่ใช่แค่เขาที่พูดแบบนั้น ผู้ชมก็คิดเหมือนกัน
แต่สิ่งที่ทำให้จี้ซวี่เหยียนประหลาดใจก็คือ พอสวีชีชีได้ยิน เธอกลับยิ้มมุมปาก ไม่ได้ลนลานแม้แต่น้อย แถมยังตอบตรง ๆ ว่า
“กำลังขจัดกลิ่นไม่พึงประสงค์ค่ะ”
“?”
คำตอบนั้นทำเอาจี้ซวี่เหยียนอึ้งไปเลย เขาเคยได้ยินว่าพริกไทยเสฉวนกับไป๋จื่อช่วยดับกลิ่นคาวในวัตถุดิบอาหารได้ แต่ไม่เคยได้ยินว่าช่วยขจัดกลิ่นไม่พึงประสงค์จากของใช้ในอุตสาหกรรมได้ด้วย
อาจารย์เหอที่อยู่ข้าง ๆ ก็สงสัยไม่แพ้กัน…
“ในน้ำมันละหุ่งมีสารออกซิเดชันอย่างแอลดีไฮด์กับคีโตน รวมถึงกรดไขมันอิสระและไนโตรเจนปริมาณเล็กน้อย พริกไทยเสฉวนมีคุณสมบัติดูดซับทางกายภาพ ช่วยดูดซับแอลดีไฮด์ คีโตน และกรดโมเลกุลขนาดเล็กเข้าไปในรูพรุนได้เหมือนถ่านกัมมันต์ จึงกรองโมเลกุลที่ทำให้เกิดกลิ่นออกไปได้ ส่วนไป๋จื่อช่วยประสานและปรับกลิ่นให้สมดุล ขจัดกลิ่นไหม้ ขม และเปรี้ยว ทำให้โมเลกุลที่ก่อกลิ่นไม่ระเหยออกมา จนไม่มีกลิ่นค่ะ…”
“ส่วนไป๋จี๋ที่ใส่เป็นอย่างสุดท้าย ไม่ใช่เครื่องเทศ แต่เป็นสารดูดซับชนิดกาว มีคุณสมบัติดูดซับคอลลอยด์และทำให้สิ่งเจือปนตกตะกอน ช่วยให้น้ำมันละหุ่งที่เคี่ยวออกมาใส นุ่มนวล และคงตัวมากขึ้นค่ะ”
สวีชีชีกล่าวต่อว่า
“อันที่จริงนี่เป็นส่วนหนึ่งของกรรมวิธีโบราณที่เรียกว่า ‘ขจัดความร้อนแรง’ ช่วยเปลี่ยนน้ำมันจากที่หยาบ กลิ่นคาว และขม ให้กลายเป็นน้ำมันที่นุ่มนวล ใส และคงตัว ทั้งหมดเป็นประสบการณ์ที่คนโบราณสั่งสมจากการลงมือทำ เป็นมรดกที่ตกทอดผ่านกาลเวลาค่ะ”
เอาจริง ๆ ผู้ชมส่วนใหญ่ฟังเรื่องที่เกี่ยวกับ “เคมี” ไม่ค่อยเข้าใจนัก แต่สวีชีชีอธิบายอย่างเป็นหลักเป็นการ มีเหตุมีผล จนพวกเขาอดไม่ได้ที่จะหันมาให้ความสนใจกับ “น้ำมันละหุ่ง” ในหม้อที่สวีหวยกำลังเคี่ยวอยู่
คำว่า “ประสบการณ์ที่คนโบราณสั่งสมจากการลงมือทำ” และ “มรดกที่ตกทอดผ่านกาลเวลา” ทำให้เสียงล้อเลียนว่าเขากำลัง “ทำอาหาร” ในห้องถ่ายทอดสดเบาลงไปทันที
จี้ซวี่เหยียนเบ้ปาก พึมพำเสียงเบาว่า
“ก็แค่น้ำมันเอง ต้องทำหลายขั้นตอนขนาดนี้เลยเหรอ ยุ่งยากชะมัด…”
ระหว่างที่ทุกคนพูดคุยกัน น้ำมันละหุ่งของสวีหวยก็ใกล้เคี่ยวได้ที่แล้ว ในภาพถ่ายทอดสดเห็นเขาหากะละมังมาใบหนึ่ง แล้ววางตะแกรงกรองไว้ด้านบน จากนั้นก็เทน้ำมันละหุ่งลงไป กรองพริกไทยเสฉวน ไป๋จื่อ ไป๋จี๋ รวมถึงเศษวัสดุและตะกอนต่าง ๆ ออกมา
จากนั้นเขาก็เทน้ำมันละหุ่งกลับลงหม้อดินเผา แล้วใส่ขี้ผึ้งเหลืองกับพาราฟินลงไปอย่างละก้อน
ดวงอาทิตย์ขึ้นทางตะวันออกแล้วลับขอบฟ้าอีกครั้ง เวลาผ่านไปอีกหนึ่งวันหนึ่งคืน สวีหวยจึงเทน้ำมันละหุ่งที่ผสมขี้ผึ้งเหลืองกับพาราฟินแล้วลงในไหใบเล็ก
“ในที่สุดก็จะเริ่มขั้นตอนต่อไปแล้วใช่ไหม?”
จี้ซวี่เหยียนในห้องสังเกตการณ์แทบรอไม่ไหวแล้ว…
ต้องรู้ก่อนว่า แค่ดูสวีหวยตัดก้านรากบัวกับดึงเส้นใยรากบัว พวกเขาก็รอไปตั้งสามสี่วันแล้ว!
แค่ “น้ำมันละหุ่ง” อย่างเดียว ยังต้องรออีกวันกับอีกคืน
ช่างฝีมือคนอื่น ๆ บางคนทำของเสร็จเร็วก็มีผลงานสำเร็จแล้ว แต่ทางนี้กลับยังติดแหง็กอยู่ที่ขั้นตอนจัดการ “วัตถุดิบ”
จี้ซวี่เหยียนอดถามในใจไม่ได้ว่า จะต้องพิถีพิถันอะไรขนาดนั้นเนี่ย?!
ตกลงจะทำอะไรกันแน่ ถึงได้ยุ่งยากขนาดนี้!
สวีหวยดูแล้วอายุแค่ยี่สิบห้าหรือยี่สิบหก เป็นหนุ่มขนาดนี้ ทำไมถึงทำอะไรเชื่องช้าเหมือนคนแก่เลยนะ?!
นี่มันอะไรกันวะ!
แล้วเรื่องก็เป็นอย่างที่จี้ซวี่เหยียนคาดไว้จริง ๆ…
สวีหวยเริ่มทำ “ขั้นตอนต่อไป” แล้วจริง ๆ
แต่ “ขั้นตอนต่อไป” นี่…ดูแล้วชวนให้คนงงเป็นไก่ตาแตกจริง ๆ
ในภาพถ่ายทอดสด หลังจากเท “น้ำมันละหุ่ง” ที่เคี่ยวเสร็จแล้วลงในไหใบเล็ก สวีหวยก็หยิบผ้าขาวบางมาแผ่นหนึ่ง ใช้เชือกมัดปิดปากไหให้แน่น จากนั้นก็อุ้มไหขึ้นมาแล้วแบกจอบ…
เดินเข้าภูเขาไป
เขาเดินไปจนถึงถ้ำแห่งหนึ่ง วางไหใบเล็กที่ใส่น้ำมันละหุ่งลง แล้วแบกจอบขึ้นมา…
เริ่มขุดหลุม!
ต่อหน้ากล้องถ่ายทอดสดรายการ《หัตถศิลป์หรูเหนือระดับ》 เขาขุดหลุมที่ใหญ่พอจะฝังไหใบเล็กลงไปได้ แล้วโยนไหใบนั้นลงไปตรง ๆ
จากนั้น…
ก็ใช้จอบกลบดิน
“???”
ตอนนั้นจี้ซวี่เหยียนทนไม่ไหวจริง ๆ…
【…】
ผู้ชมจำนวนมากก็อึ้งจนพูดไม่ออกเหมือนกัน
ไม่ใช่สิ…
บอกฉันทีว่า “น้ำมันละหุ่ง” ที่นายอุตส่าห์ทำอย่างพิถีพิถันอยู่วันสองวัน สุดท้ายพอหันมาก็เอาไปฝังไว้ในถ้ำงั้นเหรอ?
นายป่วยหรือไง!
“คุณสวี…”
จี้ซวี่เหยียนอดถามสวีชีชีไม่ได้ว่า
“อย่าบอกนะว่านี่ก็มีเคล็ดลับอะไรอีก?!”
ให้ตายเถอะ เอาน้ำมันละหุ่งที่ทำเสร็จแล้วไปฝังดิน ยังจะบอกว่ามีเคล็ดลับด้วยอีกเหรอ?!
ล้อเล่นอะไรกันเนี่ย!
…
