บทที่ 2 รสนิยมพิเศษ
ฉันทรุดตัวลงนั่งบนเตียง เงยหน้ามองเขาอย่างไม่อยากเชื่อ "นายหมายความว่าไง"
เขามีสีหน้าบึ้งตึง ผ่านไปครู่หนึ่งถึงฝืนยิ้มออกมา แล้วเอ่ยขอโทษ "ขอโทษนะที่รัก ผมแค่ไม่ค่อยชินที่จู่ ๆ คุณมารุกแบบนี้"
คำตอบของเขาทำให้ฉันพูดไม่ออกเลย
นี่มันอะไรกัน
เราเป็นสามีภรรยาที่ชอบด้วยกฎหมายนะ คู่บ่าวสาวบ้านไหนเขาไม่คลอเคลียกันทั้งวันบ้าง ฉันอุตส่าห์เอาอกเอาใจแท้ ๆ กลายเป็นว่าฉันผิดงั้นเหรอ
ยิ่งคิดฉันก็ยิ่งรู้สึกน้อยใจ
จิ่นฉือหานเห็นฉันเงียบไป ก็วางแก้วเหล้าลง เดินมาโอบกอด "ที่รัก อย่าโกรธเลยนะ ผมผิดเอง ถ้าไม่อยากดื่มก็ไม่ต้องดื่ม"
เขาเอานิ้วจิ้มแก้มฉันพลางง้อ "ยิ้มหน่อยได้ไหม รอยยิ้มของเมียผมน่ะสวยที่สุดเลยนะ"
ฉันอดไม่ได้ที่จะขำจนหลุดยิ้มออกมา เลยต้องยกโทษให้เขา
คืนนั้นจิ่นฉือหานกอดฉันนอน แต่ไม่ได้แตะต้องอะไร
ฉันเองก็ไม่มีประสบการณ์แถมยังเพิ่งถูกเขาปฏิเสธไปหยก ๆ ด้วยก็เลยไม่กล้าพูดถึงอีก
แต่ก็ยังคิดไม่ตก นี่แค่คืนที่สองของชีวิตแต่งงาน จิ่นฉือหานก็หมดความสนใจในตัวฉันแล้วงั้นเหรอ
เขาแก่กว่าฉัน 6 ปี ปีนี้อายุ 30 พอดี อยู่ในวัยฉกรรจ์ ร่างกายก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร
หรือว่าเขาไม่รู้สึกอะไรกับฉันเลย
ก็ไม่น่าสิ
จิ่นฉือหานทั้งหล่อทั้งรวย มีผู้หญิงมารุมชอบมากมายนับไม่ถ้วน ในนั้นก็มีทั้งสาวสวยและคุณหนูตระกูลรวย แต่เขากลับเลือกมาแต่งงานกับฉัน ก็พิสูจน์ได้ว่าเขารักฉันจริง
แถมเมื่อคืนเขาก็ยังทุ่มแรงขนาดนั้น
สงสัยเขาคงงานยุ่งเกินไปจนหมดแรงมั้ง
ฉันเตือนตัวเองในใจว่าอย่าคิดฟุ้งซ่าน พยายามเป็นภรรยาที่ดีคอยเอาใจใส่เข้าใจเขา
วันรุ่งขึ้นฉันตุ๋นซุปไก่ใส่หอยนางรมหม้อหนึ่ง กระตุ้นให้จิ่นฉือหานดื่มตั้งสองชามใหญ่
คาดว่าซุปคงออกฤทธิ์ ตอนฉันอาบน้ำเสร็จห่อผ้าขนหนูออกมา แววตาที่จิ่นฉือหานมองดูร้อนแรง แม้แต่ลมหายใจยังถี่กระชั้นขึ้นกว่าเดิมมาก
"สามี กอดหน่อย" ฉันออดอ้อนซบตัวเข้าใส่เขา นึกว่าคืนนี้คงมีช่วงเวลาอันอบอุ่นให้กัน
ไม่คิดเลยว่าร่างของเขาจะแข็งทื่อ แล้วไฉนถึงผลักฉันออกไปอีกครั้ง
"ผมยังมีงานที่ทำไม่เสร็จ ขอไปทำต่อที่ห้องหนังสือ คุณนอนก่อนเถอะ" จิ่นฉือหานเดินออกจากห้องนอนไปทั้งอย่างนั้น ไม่แม้แต่จะเหลียวหลังกลับมา
ฉันเหมือนถูกใครสาดน้ำเย็นจัดใส่กลางศีรษะ หัวใจทั้งหมดหนาวเยียบไปหมด ชั่วขณะนั้นเคียดแค้นจนพูดอะไรไม่ออก
คืนนั้นจิ่นฉือหานไม่กลับมาที่ห้องนอนอีก ฉันเองก็นอนไม่หลับเหมือนกัน
วันต่อมาฉันทำความสะอาดบ้าน ขณะกำลังเปลี่ยนถุงขยะในห้องหนังสือ มีภาพสีขาวแสบตาพุ่งเข้ามาในสายตา
ในถังขยะเต็มไปด้วยกระดาษชำระที่ใช้แล้วทิ้งเกลื่อน
ขยะในบ้านฉันทิ้งทุกวันเลยนะ
เมื่อคืนจิ่นฉือหานบอกว่าจะไปทำงานต่อที่ห้องหนังสือ เขาโกหกฉันจริง ๆ ด้วย
ฉันคิดไม่ตกเลยว่าทำไมเขาถึงมีอารมณ์แล้ว แต่ก็ไม่ยอมแตะต้องฉัน
คำถามนี้วนเวียนอยู่ในหัวฉันตลอด
ฉันอัดอั้นตันใจมาก เลยหาแพทย์ด้านจิตวิทยาคนหนึ่งบนอินเทอร์เน็ต
คู่สนทนาดูเป็นมืออาชีพมาก หลังจากซักถามรายละเอียดสถานการณ์ของฉันอย่างละเอียดแล้ว เธอก็บอกว่า "สามีของคุณอาจมีรสนิยมพิเศษ คือต้องเป็นผู้หญิงที่เมาไม่ได้สติเท่านั้นจึงจะทำให้เขาพึงพอใจทางจิตวิทยาได้"
ฉันตะลึงมาก แต่ก็อดไม่ได้ที่จะเชื่อคำวินิจฉัยของนักจิตวิทยา
ตั้งแต่เราแต่งงานกันมา มีเพียงคืนวิวาห์ครั้งนั้นซึ่งฉันเมาแทบไม่ได้สติ จิ่นฉือหานถึงยอมแตะต้องฉัน
"แล้วฉันควรทำยังไงดี"
ฉันรักจิ่นฉือหาน และฉันยอมเคารพรสนิยมพิเศษของเขา
แต่ฉันก็เป็นผู้หญิงปกติทั่วไปคนหนึ่ง ฉันทำใจให้เมาจนร่วมมือกับเขาทุกครั้งไม่ไหวหรอก
นักจิตวิทยาแนะนำว่า "คุณลองพาสามีไปรับการบำบัดทางจิตวิทยาดูก็ได้นะ"
ย่อมเข้าใจดีว่านั่นเป็นวิธีที่ดี แต่ฉันไม่รู้ว่าจะพูดกับจิ่นฉือหานยังไง
อย่างน้อยที่สุด ฉันก็ต้องพิสูจน์คำวินิจฉัยของนักจิตวิทยาก่อน
ฉันไปร้านขายยาซื้อยาแก้เมามา ว่ากันว่ากินก่อนดื่มเหล้าไม่กี่เม็ด ก็จะเมาได้ยากขึ้น
ตอนเย็น ฉันเป็นฝ่ายชวนจิ่นฉือหานก่อนว่า "สามีคะ ช่วยผสมเหล้าให้ฉันสักแก้วสิ"
เขาได้ยินแล้วดูแปลกใจ หันมามองฉัน "วันนี้เป็นอะไรถึงอยากดื่มเหล้าขึ้นมากะทันหันล่ะ"
จริง ๆ แล้วฉันก็เสียววูบในใจ แต่เพื่อไม่ให้เขาระแวง ได้แต่จ้องตาเขาตอบไปว่า "ได้ยินว่าความสามารถในการดื่มเหล้าฝึกฝนกันได้ คุณชอบผสมเหล้า ฉันเองก็ต้องฝืนเรียนรู้ที่จะดื่มบ้างสิ ที่นี่เขาเรียกว่ารักวัวให้ผูก รักลูกให้ตี"
"ดีเลย งั้นวันนี้ผมจะผสมอะไรให้คุณเป็นพิเศษสักแก้ว"
เขาฟังแล้วไม่ทันสงสัย ไปผสมเหล้าให้ฉันที่ห้องครัว
ฉันจ้องประตูห้องนอนไว้พลางกลืนยาแก้เมาลงไป
ไม่นาน จิ่นฉือหานก็ถือค็อกเทลสีสวยมาสองแก้ว