บทที่ 3 แต่งกับเธอเพราะไม่มีทางเลือก
ฉันไม่มีความรู้เรื่องเหล้าเลย รู้สึกว่าดื่มเข้าไปก็มีแต่รสขมปร่า
ฉันฝืนใจ พยายามไม่ให้คิ้วขมวด จิบทีละนิดจนหมดแก้ว
ยากล้มเหล้าที่ทานไปออกฤทธิ์บ้างแล้ว คราวนี้ฉันแค่รู้สึกหัวหนัก แต่สติโดยรวมยังอยู่ครบ
ฉันขยี้ขมับเบาๆ ได้ยินจิ่นฉือหานถามด้วยความเป็นห่วงว่า “ที่รัก คุณไม่เป็นไรนะ?”
“มึนหัวน่ะ…”
จิ่นฉือหานประคองฉันล้มตัวลงนอนบนเตียง และเรียกฉันว่า “ที่รัก” อีกหลายครั้ง
ฉันหลับตาลงโดยไม่ตอบ แสร้งทำเป็นเมาจนไม่ได้สติ รอคอยสิ่งที่ควรจะเกิดขึ้นต่อไป
ถ้านักจิตวิทยาวินิจฉัยไม่ผิด จิ่นฉือหานน่าจะมีปฏิกิริยาหลังจากทำให้ฉันเมา
แต่ฉันรออยู่หลายนาที เขากลับนิ่งสนิท ไม่แม้แต่จะถอดเสื้อผ้าของฉัน
แม้จะหลับตา ฉันกลับรู้สึกราวกับว่าสายตาของเขาจับจ้องมาที่ฉันไม่วางตา
จิ่นฉือหานกำลังทำอะไร?
ในห้องเงียบสงัดจนน่าขนลุก ฉันใจเริ่มไม่ดี
หรือเขาจะรู้ว่าฉันแกล้งเมา?
ทันใดนั้นเอง ในที่สุดฉันก็ได้ยินเสียงฝีเท้าของเขาเคลื่อนไหว
เมื่อได้ยินเสียงประตูห้องนอนปิดลง ฉันก็หรี่ตามอง แน่ใจว่าจิ่นฉือหานออกไปจากห้องแล้วจริงๆ
ฉันลุกขึ้นนั่งบนเตียง ถึงได้รู้ว่าเหงื่อเย็นยะเยือกบนแผ่นหลังชุ่มชุดนอนแทบเปียก
เมื่อกี้ฉันแสร้งว่าหมดสภาพแล้ว แต่จิ่นฉือหานกลับไม่มีปฏิกิริยาใดๆ เลย นี่จึงยืนยันว่าที่นักจิตวิทยาพูดนั้นไม่ถูกต้อง
แต่ถ้าเขาไม่มีรสนิยมแปลกๆ แล้วทำไมถึงยืนกรานจะทำให้ฉันเมาก่อนนอนทุกคืน?
ตอนนี้เขาไปไหน?
ฉันสูดหายใจลึกๆ แล้วแอบย่องเปิดประตูห้องนอนใหญ่ ทันใดนั้นก็เห็นไฟในห้องหนังสือเปิดอยู่ และแว่วๆ ได้ยินเสียงคนพูดอยู่ข้างใน
ดูเหมือนจิ่นฉือหานกำลังคุยโทรศัพท์กับใครบางคน
กลางดึกไม่ยอมนอน ทำให้ฉันเมา ก็แค่จะไปคุยโทรศัพท์ในห้องหนังสือเนี่ยนะ?
ฉันไม่เข้าใจ และด้วยความอยากรู้อย่างแรงกล้า ทำให้ฉันอยากรู้ว่าเขาโทรหาใครกันแน่?
ฉันกลั้นหายใจ แนบชิดกำแพงไปที่ห้องหนังสือ ได้ยินน้ำเสียงทุ้มนุ่มอ่อนโยนของจิ่นฉือหานว่า “วันนั้นทำให้เจ้าเจ็บรึเปล่า? สองวันนี้รู้สึกยังไงบ้าง?”
“ได้ๆ เจ้าชอบอะไร ข้าจะซื้อให้เจ้าหมด”
“ข้าไม่สนใจหนิงจื่อเลย แต่งกับนางก็เพราะไม่มีทางเลือก”
น้ำเสียงของเขาเอ็นดูและอ่อนหวาน ราวกับผู้หญิงที่อยู่ปลายสายคือภรรยาของเขา
จิ่นฉือหานนอกใจงั้นเหรอ?
ฉันยืนนิ่งตะลึงงัน ราวกับถูกสาดด้วยน้ำเย็นจัดตั้งแต่หัวจรดเท้า รู้สึกเย็นเฉียบและย้อนแย้งอย่างที่สุด
ชีวิตแต่งงานของฉันเพิ่งเริ่มต้น กลับกลายเป็นล้มเหลวเสียแล้ว
ฉันใช้มือปิดปาก พยายามไม่ให้ร้องไห้ออกมา แต่ก็ไม่สามารถหยุดน้ำตาร้อนๆ ที่ไหลลงมาได้
ฉันคิดไม่ตกเลยว่า ผู้ชายที่เคยดึงฉันออกมาจากห้วงลึกของครอบครัวเดิมๆ คนนี้ ผู้เป็นสามีที่สัญญาจะเลี้ยงดูฉันใหม่อีกครั้ง จะกลายเป็นคนแปลกหน้าได้ถึงเพียงนี้?
ฉันใจแทบขาดอยากพุ่งเข้าไปถามเขาในห้องหนังสือว่า ถ้าไม่ได้รักฉัน แล้วจะแต่งงานด้วยทำไม?
ต้องไม่มีทางเลือกแบบไหนกัน ถึงได้ใช้วิธีต่ำๆ แบบนี้มาเล่นงานใจจริงของฉัน!
แต่สุดท้ายฉันก็ไม่ได้ทำเช่นนั้น
เพราะฉันรู้ว่า พอนักต้มตุ๋นถูกจับได้ก็จะโกรธจนเสียหน้า
ทุกสิ่งที่ฉันมีตอนนี้ล้วนมาจากจิ่นฉือหาน ฉันไม่มีปัญญาไปต่อกรกับเขาหนักๆ
ฉันค่อยๆ ถอยกลับมาที่ห้องนอน
คืนนั้น ฉันไม่มีแม้แต่ความง่วงงุน หลับตาก็เห็นแต่ภาพของจิ่นฉือหานตั้งแต่รู้จักกันจนรักกัน
จิ่นฉือหานไม่กลับมาที่ห้องนอนอีกเลย ฉันเดาว่าเขาคงต้องรักษาความบริสุทธิ์ให้ผู้หญิงคนนั้น
เช้าวันรุ่งขึ้น ฉันพุ่งไปที่ห้องหนังสือเพื่อหาเขา
จิ่นฉือหานนอนอยู่บนโซฟาเบดในห้องหนังสือ ดูเหมือนจะหลับสนิทแล้ว
“คุณคะ เมื่อกี้ฉันฝันว่าคุณไม่เอาแล้ว!”
ฉันแสร้งว่าฝันร้าย หน้ามีแววตื่นตระหนกพุ่งเข้าไปในอ้อมกอดของเขา
จิ่นฉือหานที่ตกใจตื่นขึ้นมา หยิบโทรศัพท์ขึ้นดูเวลาโดยอัตโนมัติ จากนั้นก็ลูบหลังปลอบเบาๆ พลางยิ้ม “อย่ากลัวไปเลย ฝันมักตรงกันข้ามนะ ผมจะอยู่กับคุณจนแก่เฒ่า จะไม่เอาแล้วได้ยังไง?”
“แค่กๆ!” ฉันพยักหน้า แล้วไอแห้งๆ สองครั้ง อ้อนเขาว่า “คุณคะ ฉันอยากกินน้ำอุ่น”
“ได้” จิ่นฉือหานไม่สงสัยอะไร เดินออกจากห้องหนังสือไป
ไม่รอช้า ฉันหยิบโทรศัพท์ที่หน้าจอยังไม่ดับของเขาขึ้นมา แตะเข้าไปที่บันทึกการโทร