(เหตุการณ์ในตอนนี้เกิดขึ้นเมื่อกว่าครึ่งปีก่อน)
ผมชื่อหลิวอวิ๋นหลิน ทำงานอยู่ที่สำนักงานบัญชีแห่งหนึ่ง ใกล้จะทำงานครบสามปีแล้ว
งานในสำนักงานไม่ใช่งานสบาย การทำโอทีเป็นเรื่องปกติ รายงานกับเอกสารกองพะเนินเหมือนภูเขาลูกย่อม ๆ ทุกวันผมต้องจ้องตัวเลขบนหน้าจอคอมพิวเตอร์จนปวดตา
แต่พูดตามตรง ผมว่าตัวเองมีความสุขดี
พอเลิกงานกลับถึงบ้าน เสี่ยวหยวนแฟนสาวของผมก็มักยิ้มร่ามาต้อนรับ พูดว่า “กลับมาแล้วเหรอ” แล้วลากผมไปร้านบะหมี่หน้าหมู่บ้าน กินบะหมี่เนื้อวัวร้อน ๆ สักชาม
ชีวิตแบบนี้ช่างเรียบง่ายมั่นคง
แต่ช่วงนี้บรรยากาศในสำนักงานกลับไม่เหมือนเดิมเท่าไร
ไม่ว่าจะเป็นมุมชงชา พื้นที่พักกลางวัน หรือแม้แต่ช่วงไม่กี่นาทีก่อนเริ่มประชุม เพื่อนร่วมงานต่างก็คุยเรื่องเดียวกัน
“พวกนายเคยไปดูชั้นสิบแปดหรือยัง? พนักงานต้อนรับของซิงอี้ ตัวจริงสวยกว่าในรูปอีกนะ”
“อาทิตย์ก่อนฉันเอาเอกสารไปส่ง เลยตั้งใจเดินอ้อมไปดูสักรอบ หน้าตาแบบนั้น...พูดจริง ๆ นะ ฉันว่านางเดบิวต์ได้เลย”
ผมถือกาแฟเดินผ่านมุมชงชา เห็นเพื่อนร่วมงานหลายคนยืนล้อมกันอยู่ บนหน้าจอโทรศัพท์มีรูปถ่ายรูปหนึ่ง
ผมเหลือบมองแวบเดียวก็เบนสายตากลับ ไม่ได้เข้าไปดูใกล้ ๆ
“พี่หลิว ไม่ดูหน่อยเหรอ?” เด็กฝึกงานคนหนึ่งชูโทรศัพท์แกว่งไปมาให้ผมดู “สวยเว่อร์จริง ๆ นะ”
“ไม่สนใจหรอก” ผมโบกมือ “ฉันเรียนมหาวิทยาลัยครูหัวตงมา ผู้หญิงสวย ๆ แบบไหนที่ยังไม่เคยเห็น?”
คำพูดนี้ก็ไม่ได้โม้เกินไปนัก
มหาวิทยาลัยครูหัวตงมีผู้หญิงหน้าตาดีอยู่ไม่น้อย ผมเห็นจนชินตาตลอดสี่ปีที่เรียนมหาวิทยาลัย เลยพอจะมีภูมิต้านทานอยู่บ้าง
เพื่อนร่วมงานเบะปาก ก่อนเก็บโทรศัพท์กลับไป
ผมถือกาแฟกลับไปที่โต๊ะทำงาน แล้วก้มหน้ากดตัวเลขลงในรายงานกองโตต่อ
พูดตามตรง ผมว่าพวกเขาพูดเกินจริงไปหน่อย
จะสวยได้สักแค่ไหนกันเชียว? ก็มีหน้าเดียว ตาสองข้าง จมูกหนึ่งอันเหมือนกันไม่ใช่หรือไง?
อีกอย่าง สวยแล้วกินแทนข้าวได้หรือไง เกี่ยวอะไรกับผมด้วย
