บ่ายสองโมงครึ่ง ฉันกับจางจิ้งหวนเดินทางไปศูนย์นิทรรศการ
แสงแดดฤดูใบไม้ร่วงยังค่อนข้างแรง ส่องเฉียงผ่านกระจกรถเข้ามาจนแขนร้อนผ่าว
จางจิ้งหวนเป็นคนขับ ส่วนฉันนั่งอยู่ข้างคนขับ วางหมวกฝึกไว้บนตัก ก่อนหยิบแผ่นแปะลดไข้มาแปะบนหน้าผาก
ความเย็นซ่าแผ่ซึมผ่านผิวหนัง ทำให้รู้สึกสดชื่นขึ้นไม่น้อย
ศูนย์นิทรรศการอยู่ไม่ไกลจากสถานีตำรวจ ขับรถแค่ 20 นาทีก็ถึง
มองจากไกล ๆ ก็เห็นอาคารทรงโค้งเพรียวสะท้อนแสงสีเงินขาวอยู่กลางแดด
รอบ ๆ กั้นแนวเขตไว้แล้ว มีรถตำรวจหลายคันจอดอยู่ริมถนน เจ้าหน้าที่ในเครื่องแบบยืนกระจายกันเป็นกลุ่มเล็ก ๆ
ตอนรายงานตัว ผู้บังคับบัญชาจากสถานีตำรวจเขตอธิบายงานสั้น ๆ แล้วจัดให้ฉันกับจางจิ้งหวนประจำอยู่บริเวณใกล้ทางเข้า
หน้าที่ของเราคือยืนชี้ทางให้คนเดินเข้าไปและดูแลความเรียบร้อย พอคอนเสิร์ตเริ่มก็ต้องเข้าไปด้านใน ไม่ใช่งานหนักอะไร แต่ต้องยืนตลอด
ฉันไปยืนประจำตำแหน่ง สวมหมวกฝึกแล้วดึงปีกหมวกให้เข้าที่
หมวกกดแผ่นแปะลดไข้ไว้พอดี ความเย็นยังอยู่ รู้สึกสบายดีเหมือนกัน
ตรงทางเข้าศูนย์มีโปสเตอร์ขนาดใหญ่ของหลินชิงหว่านตั้งอยู่ เธอสวมชุดกระโปรงสีขาว ผมยาวพลิ้วสลวย รอยยิ้มอ่อนโยน
แฟนเพลงเริ่มทยอยเข้างานแล้ว
ต่างจากคอนเสิร์ตของลู่ซิงเหย่ที่ส่วนใหญ่เป็นสาววัยรุ่น แฟนเพลงของหลินชิงหว่านอายุมากกว่านิดหน่อย ราว 30 ถึง 40 ปี มีทั้งผู้ชายและผู้หญิง การแต่งตัวก็ดูเป็นผู้ใหญ่กว่า
ทุกคนเดินเข้าไปเป็นกลุ่มเล็ก ๆ บางคนชูแท่งไฟ บางคนถือป้ายไฟ สีหน้าเปี่ยมไปด้วยความคาดหวัง
ฉันพิงรั้วกั้น พลางกวาดตามองฝูงชน
ตอนนั้นเอง มีคนเดินเข้ามาข้าง ๆ สวมเครื่องแบบสีน้ำเงินเข้ม เครื่องหมายยศบนบ่าของเขาสูงกว่าฉันสองขั้น
เขาเดินมาหยุดข้างฉัน ถอดแว่นกันแดดออก เผยให้เห็นใบหน้าที่คล้ำแดดเล็กน้อย
ชุยหยวน
สังกัดกองบังคับการจราจรของสำนักงานตำรวจเมือง
ปีนี้อายุ 25 ปี
เขาแวะมาที่สถานีตำรวจสัปดาห์ละสามสี่ครั้ง อ้างว่า “มาตรวจงาน” แต่ใคร ๆ ก็รู้ว่าในใจคิดอะไรอยู่
“เสี่ยวหลานมาแล้วเหรอ” เขายิ้มพลางพยักหน้าให้ น้ำเสียงเป็นกันเอง
“พี่ชุย” ฉันยิ้มตอบ “พี่ก็มาด้วยเหรอ?”
