คอนเสิร์ตเหมือนจะเริ่มเปลี่ยนบรรยากาศไปแล้ว
หลินชิงหว่านบนเวทียังคงร้องเพลงอย่างเต็มที่ แสงไฟส่องตามตัวเธอ ควันน้ำแข็งแห้งพวยพุ่งออกมาจากเวทีทั้งสองฝั่ง
แต่ความสนใจของคนดูด้านล่างกลับไม่ได้อยู่ที่เธอแล้วอย่างเห็นได้ชัด
ฉันรู้สึกได้ว่าทิศทางของทะเลแท่งไฟสีฟ้าด้านหลังเริ่มแปลกไป หลายคนหันตัวมาด้านข้าง หรือไม่ก็หันมาทั้งตัว ยกมือถือเล็งมาทางฉัน
แฟลชสว่างวาบไม่หยุด
ฉันมองเวทีด้วยสีหน้าเรียบเฉย พลางเหลือบเห็นเงาของคนที่ยกมือถือขึ้นถ่าย
มีทั้งผู้หญิงสวมเสื้อยืดสีขาว ผู้ชายใส่แว่น และอีกหลายคนที่เปิดหน้าจอมือถือค้างไว้ เล็งมาทางใบหน้าด้านข้างของฉันอย่างชัดเจน
ฉันถอนหายใจเฮือกใหญ่
“ดูสิ! แม้แต่ตอนถอนหายใจก็ยังสวยเลย!” เสียงผู้หญิงคนหนึ่งจากด้านหลังดังสูงขึ้นด้วยความตื่นเต้นที่ไม่คิดจะปิดบัง
จากนั้นเสียงก็เริ่มอื้ออึง
ทั้งเสียงชัตเตอร์ถ่ายรูป เสียงซุบซิบเบา ๆ และเสียงคนตะโกนกลั้วคอว่า “หันมาหน่อย หันมาหน่อย”
“พี่สาวตำรวจ! ทางนี้ค่ะ!”
“ถ่ายรูปกับพวกเราหน่อยสิ!”
“แค่รูปเดียวเอง!”
ฉันไม่ขยับ
ในหัวมีความคิดเดียว: พวกเธอฟังเพลงกันหน่อยไม่ได้หรือไง
หลินชิงหว่านบนเวทีร้องมาถึงท่อนฮุกแล้ว เสียงสูงขึ้นมาก แต่พอถึงโน้ตสูงจุดหนึ่ง เสียงเธอกลับสั่นอย่างเห็นได้ชัด ปลายเสียงคุมไม่อยู่จนเพี้ยนไปนิดหนึ่ง
เธอเองก็คงรู้ตัว สีหน้าแข็งค้างไปชั่วขณะ แต่ก็ปรับอารมณ์ได้อย่างรวดเร็ว แล้วร้องต่อไป
ฉันรู้สึกได้ว่าเธอเริ่มเสียจังหวะ
การร้องเพลงเป็นสิ่งที่ต้องใช้สมาธิทั้งตัว แต่พอคนดูด้านล่างไม่สนใจเรา ความรู้สึกนั้นคงประหลาดไม่น้อย
หลินชิงหว่านเหลือบมองคนดูเป็นครั้งคราว เธอเห็นคนที่หันข้างหรือหันหลังให้เวที เห็นหน้าจอมือถือที่ชูขึ้นสูงพากันหันไปทางเดียวกัน
เธอยังคงรักษารอยยิ้มไว้ได้ แต่สิ่งที่ซ่อนอยู่ใต้รอยยิ้มนั้นเริ่มสั่นคลอนแล้ว
