หน้าสถานีรถไฟใต้ดิน
ฉันก้มมองสภาพตัวเอง ชุดวอร์มยับยู่ยี่ ผมยุ่งเหมือนรังนก ยังดีที่คนเดินถนนจำฉันไม่ได้
ช่างเถอะ ยังไงก็ต้องไปซูเปอร์มาร์เก็ตอยู่ดี
แค่เพิ่งต่อยกับคนมา ไม่ได้แปลว่าจะไม่กินข้าวสักหน่อย
ฉันเดินเข้าไปในสถานีรถไฟใต้ดิน แล้วไหลไปตามฝูงชนที่กำลังลงไปด้านล่าง
คนรอรถบนชานชาลามีไม่น้อย ฉันเลือกยืนตรงจุดที่คนบางตาหน่อย ก้มหน้าไว้
สายตาจับอยู่ที่ปลายรองเท้าผ้าใบของตัวเอง ผู้คนเดินผ่านไปมาข้าง ๆ เสียงฝีเท้า เสียงล้อลากกระเป๋าเดินทาง และเสียงเด็กงอแงปะปนกัน กระทบหูไม่หยุด
รถไฟเข้าเทียบชานชาลา ลมวูบหนึ่งพัดออกมาจากอุโมงค์ ทำให้ผมฉันยุ่งกว่าเดิม
ประตูรถเปิดออก ผู้โดยสารกลุ่มหนึ่งเบียดกันลงมา
ฉันกำลังจะหลบไปด้านข้าง สายตาเหลือบไปเห็นผู้หญิงสองคนยืนอยู่ข้างหน้า คนหนึ่งชูโทรศัพท์ อีกคนกำลังโพสท่า
ดูเหมือนกำลังถ่ายวิดีโอเข้าจังหวะ คนถือโทรศัพท์ก้มตัวลงหามุมถ่าย ส่วนผู้หญิงอีกคนหันข้างให้กล้องแล้วเดินเข้ามา
ฉันเดินผ่านตรงกลางระหว่างพวกเธอ เงยหน้ามองแวบหนึ่ง ก่อนก้มหน้าก้าวต่อไป
เดี๋ยวนี้ใคร ๆ ก็ถ่ายวิดีโอแบบนี้ โดยเฉพาะในสถานีรถไฟใต้ดิน
ฉันเดินไปยังชานชาลาฝั่งตรงข้าม รออยู่ประมาณสามสี่นาที รถไฟก็มา
แม้เป็นวันสุดสัปดาห์ ในขบวนก็ยังแน่น ฉันเบียดขึ้นไปยืนพิงผนังตู้ มือหนึ่งจับราว อีกมือหยิบโทรศัพท์ออกมา
ไม่มีอารมณ์จะไถดูคลิป เลยถือโทรศัพท์จ้องภาพพื้นหลังบนหน้าจออย่างเหม่อลอย
ผ่านไปหลายสถานี เสียงประกาศบอกชื่อสถานี ฉันเก็บโทรศัพท์แล้วเบียดออกจากขบวน ก่อนขึ้นบันไดเลื่อนตามฝูงชนไป
ออกจากสถานีแล้วเดินต่ออีกสิบกว่านาที อาคารสีฟ้าขาวของซูเปอร์มาร์เก็ตแซมส์คลับก็ปรากฏตรงหน้า
วันสุดสัปดาห์ทีไร แซมส์คลับก็คนแน่นตลอด
ลูกค้าที่เข็นรถเข็นเดินสวนกันไปมาตามชั้นวาง เด็ก ๆ นั่งแกว่งขาอยู่บนที่นั่งด้านหน้ารถเข็น ส่วนหน้าร้านชิมอาหารมีคนล้อมเป็นวง
ฉันเข็นรถเข็นคันหนึ่ง แล้วค่อย ๆ เดินตามฝูงชนเข้าไป
