“...ช่างเถอะ ไปก็ไป” ฉันเก็บมือถือกลับเข้าไปในกระเป๋า แล้วเอนหลังพิงม้านั่งพลางเหม่อมองใบไม้เหนือศีรษะ
จังหวะนั้นเอง ก้อนขนฟู ๆ ก็ถูไถเข้ากับน่องฉัน
ฉันก้มลงมอง เป็นแมวตัวหนึ่ง
ขนสั้นสีเทาอมฟ้า หน้ากลม หัวกลม ดวงตาสีอำพันเป็นประกายระยิบระยับใต้แสงไฟถนน
มันเอาหัวดุนข้อเท้าฉัน ก่อนจะเดินอ้อมมาถูเข่า ปลายหางม้วนงอแล้วปัดข้อมือฉันเบา ๆ
“เหมียว ๆ?” ฉันยื่นมือไปลูบหัวมัน
มันหรี่ตาลง ส่งเสียงครางในลำคอ ก่อนจะนอนแหมะลงบนตักฉันอย่างเป็นธรรมชาติ ขดตัวเป็นก้อนขนกลม ๆ ฉันก้มมองท่าทางที่ราวกับเป็นเรื่องปกติของมัน แล้วอดยิ้มไม่ได้ “เลือกที่เก่งเหมือนกันนะ”
มือข้างหนึ่งของฉันลูบขนตามแนวหลัง ส่วนอีกข้างเกาหลังหูให้มัน
มันสบายจนเหยียดขาทั้งสี่ออก เผยให้เห็นพุงกลมป่อง
พอเห็นท่าทางหน้าด้านของมัน ความอึดอัดที่อัดแน่นอยู่ในใจก็คลายลงไปไม่น้อย
ทันใดนั้น เสียงหนึ่งก็ดังมาจากเงาต้นไม้ไม่ไกล
“ถังหยวน? ถังหยวน!”
ใต้แสงไฟถนน ผู้ชายคนหนึ่งเดินเร็ว ๆ มาจากสุดทางเดิน
เขาอายุราวสามสิบกว่า สวมเสื้อยืดแขนสั้นสีดำเรียบ ๆ กับกางเกงวอร์มขายาวสีเทาเข้ม รองเท้ากีฬาที่ใส่อยู่ดูราคาแพงตั้งแต่แรกเห็น
เขาเดินไปได้ไม่กี่ก้าวก็หยุดมองหา จนกระทั่งเห็นก้อนขนบนตักฉัน ฝีเท้าก็ชะงักลง
