ระหว่างที่กำลังคุยกับหวงหรูอวิ๋น ฉันก็เห็นร่างคุ้นตาเดินเข้ามาจากทางเข้าห้องโถง
เครื่องแบบสีน้ำเงินเข้ม รูปร่างสูงโปร่ง ท่วงท่าผึ่งผาย ก้าวเดินไม่เร่งไม่ช้า ราวกับกำลังมุ่งหน้าไปที่ไหนสักแห่ง
โจวจิ่งชู
เขาเดินมาหยุดหน้าแผงจัดแสดง มองตุ๊กตาเรียงแถวอยู่บนโต๊ะ ก่อนจะยื่นมือไปหยิบตุ๊กตาตำรวจตัวเล็กขึ้นมาดู แล้ววางกลับลงที่เดิม
“มาทำอะไรเหรอ?” ฉันถามด้วยความแปลกใจ
“แวะมาดู” เขาตอบอย่างสบาย ๆ จากนั้นก็ดึงเก้าอี้มานั่งข้างฉัน
หวงหรูอวิ๋นหัวเราะเบา ๆ อยู่ข้าง ๆ “เสี่ยวโจว ตั้งใจมาหาเสี่ยวหลานใช่ไหมล่ะ?”
โจวจิ่งชูหันไปมองเธอ ยิ้มบาง ๆ “พี่หวงรู้ได้ยังไงครับ?”
ฉันหันหน้าหนี ไม่ตอบอะไร
นั่งอยู่พักหนึ่ง ฉันก็ลุกขึ้นไปแจกใบปลิวต่อ
ของประชาสัมพันธ์ยังเหลืออีกเยอะ ทั้งเข็มกลัด พัด และแผ่นพับ ฉันยื่นให้คนที่เดินผ่านไปทีละคน
ชายหนุ่มคนหนึ่งสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวมองฉันสองสามครั้งตอนรับพัด ใบหน้าแดงระเรื่อ เขาพูดว่า “เหนื่อยหน่อยนะครับ” แล้วถึงเดินจากไป
ขณะที่ฉันก้มหน้าจัดตุ๊กตาบนโต๊ะ หางตาก็เหลือบเห็นใครคนหนึ่งยืนอยู่ข้าง ๆ
สูทสีน้ำเงินเข้ม รูปร่างตั้งตรง บรรยากาศเย็นชาเหมือนก้อนน้ำแข็งที่เดินได้
ฉันเงยหน้าขึ้น สบเข้ากับดวงตาของเสิ่นมู่ไป๋พอดี
ข้างกายเขามีหญิงสาวผมสั้นจากห้องเลขานุการยืนอยู่ กอดแฟ้มเอกสารปึกหนึ่งไว้ เธอยืนนิ่งเงียบอยู่ด้านหลังเขา
