โจวจิ่งชูรับโทรศัพท์แล้วเดินออกไป
ฉันกับหวงหรูอวิ๋นยืนคุยกันเรื่อยเปื่อยอยู่หลังบอร์ดนิทรรศการ
ระหว่างที่กำลังคุยกันอยู่ ชายคนหนึ่งในเสื้อแจ็กเก็ตสีเทาเข้มก็เดินเข้ามา
เขาดูอายุราวยี่สิบเจ็ดหรือยี่สิบแปดปี สวมแว่นกรอบดำ
เขามาหยุดยืนตรงหน้าฉัน ถูมืออย่างกระอักกระอ่วนเล็กน้อย ก่อนพูดเสียงเกร็งว่า “คุณตำรวจหลาน ผมเห็นคุณในทีเค คุณสวยมากเลย ขอถ่ายรูปด้วยได้ไหมครับ?”
ฉันชะงักไปนิดหนึ่ง สัญชาตญาณแรกคืออยากปฏิเสธ
แต่พอคิดอีกที หัวใจสำคัญของการประชาสัมพันธ์ป้องกันมิจฉาชีพก็คือการขยายการรับรู้ การถ่ายรูปด้วยกันเป็นเรื่องเล็กน้อย ถ้าปฏิเสธขึ้นมากลับจะดูไม่เหมาะสม
“ได้สิ” ฉันพยักหน้า
เห็นได้ชัดว่าเขาไม่คิดว่าฉันจะตอบตกลงง่ายขนาดนี้ สีหน้าผ่อนคลายลงอย่างเห็นได้ชัด รีบควักโทรศัพท์ออกมาแล้วยืนข้างฉัน
ฉันเอียงตัวเล็กน้อยให้ความร่วมมือพร้อมรอยยิ้ม เขายกโทรศัพท์ขึ้นถ่ายหนึ่งรูป จากนั้นก้มดูหน้าจอ มุมปากยกจนเก็บไม่อยู่ “ขอบคุณครับ ขอบคุณมาก! ดีใจสุด ๆ เลย!”
“ไม่เป็นไร”
เขาเก็บโทรศัพท์ กำลังจะเดินไปแล้วก็เสริมขึ้นว่า “จริง ๆ ตอนคอนเสิร์ตของหลินชิงหว่านครั้งก่อน ผมก็อยากถ่ายรูปกับคุณแล้ว ต่อคิวตั้งนาน สุดท้ายเขาไม่ให้ถ่าย ผมเลยอด วันนี้ได้ถ่ายสักทีครับ”
ฉันยิ้ม “เหรอ บังเอิญจังนะ”
หลังจากเขาเดินไป พนักงานออฟฟิศสองสามคนที่ยืนมุงดูอยู่ข้าง ๆ เห็นเหตุการณ์เมื่อครู่เข้า ก็พากันเข้ามาหา
“ขอถ่ายรูปด้วยได้ไหมครับ?”
