ช่วงเวลาเลิกงานของฮูเจียง รถติดยาวเหยียดราวกับมดกำลังขนย้ายบ้าน
รถออดี้เอหกสีดำของฉินหลางค่อย ๆ ขยับอยู่บนทางยกระดับ ความเร็วเฉลี่ยคงจะเร็วกว่าจักรยานอยู่แค่นิดเดียว
ฉันเอนตัวแผ่อยู่บนเบาะข้างคนขับ มองไฟเบรกสีแดงที่เรียงยาวอยู่นอกหน้าต่าง รู้สึกเหมือนวิญญาณกำลังจะหลุดออกจากร่างเพราะรถติด
“ไม่งั้นเราลงไปช่วยกันเข็นรถดีไหม” ฉันเสนอ
“หนักเกิน เข็นไม่ไหวหรอก” ฉินหลางจับพวงมาลัย นิ้วเคาะขอบหุ้มหนังเบา ๆ “คุยกันไปเรื่อย ๆ เดี๋ยวเวลาก็ผ่านไปเร็วเอง”
จะคุยอะไรกันล่ะ มีอะไรให้คุยนักหนา?
ฉันกลอกตา แต่ก็ยังคุยกับเขาบ้างเป็นพัก ๆ
คุยตั้งแต่เรื่องอากาศวันนี้ไปถึงพรุ่งนี้ จากข่าวซุบซิบในบริษัทไปถึงข่าววงการบันเทิง
ฉินหลางพูดจาเนิบช้าเหมือนน้ำอุ่นแก้วหนึ่ง ไม่ลวกปาก แต่ก็ไม่มีรสชาติอะไรให้จดจำ
..............................
โรงแรมบัลแกรี
รถจอดหน้าทางเข้า พนักงานเปิดประตูรีบเข้ามาต้อนรับอย่างกระตือรือร้น
ฉันเงยหน้ามองอาคารสีทองอร่าม คำนวณค่าใช้จ่ายต่อหัวในใจเงียบ ๆ — แค่พอ ๆ กับค่าเช่าห้องฉันหนึ่งเดือนเลย
ร้านอาหารอยู่บนชั้น 47 ชื่อ “Il Ristorante - Niko Romito” (ชื่อเรียกยากชะมัด ฉันอ่านตั้งสามรอบกว่าจะคล่อง)
เห็นชัดว่าฉินหลางจองไว้ล่วงหน้าแล้ว พนักงานเสิร์ฟเห็นเขาก็ยิ้มอย่างมืออาชีพทันที “คุณฉิน ที่นั่งของคุณเตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว เชิญตามผมมาเลยครับ”
..............................
บรรยากาศในร้านอาหาร...จะว่ายังไงดี เหมือนกล่องแก้วที่ออกแบบมาอย่างประณีต
หน้าต่างกระจกบานใหญ่สูงจรดพื้นทั้งสี่ด้าน เผยให้เห็นทิวทัศน์ยามค่ำคืนทั่วฮูเจียง
แสงไฟสลัวกำลังพอดี บนโต๊ะแต่ละตัวมีเทียนสีขาวกับดอกกุหลาบสดวางอยู่
