ช่วงเวลาเตรียมสอบผ่านไปไวราวกับกดปุ่มเร่งความเร็ว
ทุกวันพอลืมตาตื่นก็เริ่มทำข้อสอบ ทำจนปวดตาถึงฟุบหน้าลงกับโต๊ะงีบสักพัก พอตื่นแล้วก็ทำต่อ
โต๊ะกลางในห้องนั่งเล่นเต็มไปด้วยข้อสอบเก่าภาคความรู้ความสามารถทั่วไปและภาคเรียงความ ปากกาสีแดง สีน้ำเงิน และสีดำวางระเกะระกะอยู่ข้างกัน ส่วนข้าง ๆ ยังมีบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเหลืออยู่ครึ่งชาม
ฉันตั้งโทรศัพท์เป็นโหมดเงียบ แล้วคว่ำหน้าจอไว้ตรงมุมโต๊ะ
จางหมิงอวี่โทรมา 3 ครั้ง เฉิงเหย่โทรมา 2 ครั้ง ส่วนโจวจื่อหยางโทรมา 1 ครั้ง
ฉันไม่รับสักสายและไม่ได้ตอบกลับด้วย
เวลาของฉันมีค่า ไม่มีเวลาไปคุยเรื่องไร้สาระกับพวกนั้น
การสอบสำคัญกว่า
การสอบตำรวจมีทดสอบสมรรถภาพร่างกายด้วย
วันทดสอบสมรรถภาพร่างกาย ฉันตื่นแต่เช้า
หญิงสาวในกระจกมีรอยคล้ำใต้ตาจางลง ผมถูกรวบเป็นหางม้าสูงเรียบร้อย เผยให้เห็นหน้าผากเกลี้ยงเกลา
ฉันเปลี่ยนเป็นชุดวอร์มสีดำ สวมหน้ากากอนามัย แล้วสะพายกระเป๋าเป้ออกจากบ้าน
คนบนรถไฟใต้ดินไม่มากนัก ฉันยืนพิงอยู่ตรงประตู ฟังเพลงของลุงไดมอนด์ผ่านหูฟัง
พอมาถึงหน้าวิทยาลัยตำรวจ ฉันก้มดูโทรศัพท์ เวลา 11 โมงตรง
หน้าประตูมีคนมารวมตัวกันหลายร้อยคนแล้ว บางคนมีพ่อแม่มาด้วย ผู้ปกครองถือกระติกน้ำกับผ้าขนหนู คอยกำชับอะไรต่อมิอะไรไม่หยุด
ฉันหามุมร่มใต้ต้นไม้แล้วพิงอยู่ตรงนั้น หยิบโทรศัพท์ออกมาไถดูคลิปสั้นสองคลิป
ราว 11 โมง 40 นาที ประตูก็เปิดออก
ชายวัยกลางคนในเครื่องแบบตำรวจเดินออกมา ในมือถือแฟ้มเอกสาร น้ำเสียงดังกังวาน “ผู้เข้าสอบทุกคน เชิญตามผมเข้ามาครับ”
ฝูงชนขยับตามเสียงเรียก ฉันเดินตามคนอื่นเข้าไปด้านใน
สนามของวิทยาลัยตำรวจใหญ่มาก ลู่วิ่งเป็นพื้นยางมาตรฐานระยะ 400 เมตร ข้างสนามตั้งอุปกรณ์สำหรับทดสอบสมรรถภาพไว้เป็นแถว
ครูฝึกในชุดกีฬาอยู่หลายคน พวกเขาถือแผ่นบันทึกกับนาฬิกาจับเวลา
ผู้เข้าสอบหญิงถูกแบ่งไปทางฝั่งตะวันออกของสนาม เริ่มทดสอบกระโดดแตะความสูงกับวิ่งเก็บของไปกลับ
ฉันเดินไปยังบริเวณเปลี่ยนเสื้อผ้า วางกระเป๋าเป้ไว้บนม้านั่ง แล้วถอดเสื้อคลุมกับกางเกงวอร์มออก
