แสงแดดยามบ่ายสาดเฉียงลงบนเคาน์เตอร์หน้าประชาสัมพันธ์ ฉันเท้าคางด้วยสองมือ สายตาเหม่อลอย
เก็บของลงกล่องเสร็จแล้ว ของที่ต้องทิ้งก็ทิ้ง ของที่ต้องเก็บก็เก็บ
ตำแหน่งหน้าเคาน์เตอร์นี่...อย่างน้อยฉันก็นั่งมาสามเดือนกว่าแล้ว พอจู่ ๆ ต้องย้ายที่กลับรู้สึกเสียดายขึ้นมานิดหน่อย
.....................
“พี่ซินดี้?”
ฉันยืดคอมอง เห็นซินดี้เดินส้นสูงระดับกลางเข้ามา เสียงรองเท้าดังกึก ๆ ตามจังหวะ ข้างหลังมีผู้หญิงคนหนึ่งเดินตามมา
ผู้หญิงคนนั้นไว้ผมยาวประบ่า ใบหน้ารูปไข่ สวมชุดทำงานสีขาวนวลที่เข้ารูปพอดีช่วงเอว ดูอ่อนหวานและคล่องแคล่ว
ถ้าวัดกันที่หน้าตา ไม่ว่าจะไปอยู่ที่ไหนก็คงเป็นดาวเด่นประจำชั้นได้สบาย
“หลีหลาน นี่หลิ่วเจียอี๋ ตั้งแต่วันนี้จะมารับช่วงงานต่อจากเธอ” ซินดี้ดันแว่น “อายุเท่าเธอเลย”
หลิ่วเจียอี๋มองมาที่ใบหน้าของฉัน
แล้ว...ฉันก็เห็นเธอชะงักไป
สายตาจ้องเขม็งมาที่ฉัน ค้างอยู่อย่างนั้นนานกว่าห้าวินาที
ฉันสัมผัสได้ว่าแววตาของเธอเปลี่ยนจากมั่นใจ เป็นตกตะลึง แล้วก็...หม่นแสงลงราวกับยอมรับชะตากรรม
สีหน้าแบบนั้นฉันคุ้นมาก เหมือนเด็กฝึกงานแผนกกฎหมายที่เจอกันในห้องน้ำเมื่อเดือนก่อน หรือสาวฝ่ายวาณิชธนกิจที่เจอในลิฟต์อาคารบีเมื่อสัปดาห์ก่อน
เหมือนผู้หญิงพวกนั้นที่คิดว่าตัวเองหน้าตาดีอยู่แล้ว ก่อนจะบังเอิญมาเจอฉันเข้า
“...สวัสดี” เธอฝืนยิ้ม “ฉันหลิ่วเจียอี๋”
