วันนี้บรรยากาศในงานจัดแสดงดูเนือยกว่าวันก่อนอย่างเห็นได้ชัด
ฉันสวมชุดยมทูตสีดำชุดนั้น วันนี้เส้นผมที่ปกติจะมัดเป็นหางม้าสูงกลับปล่อยสยายตามธรรมชาติ
ผมยาวสีดำตรงทิ้งตัวลงมาถึงแผ่นหลัง ส่วนผมสองข้างที่ตัดเป็นทรงเจ้าหญิงเรียงตัวอยู่ข้างแก้มอย่างเป็นระเบียบ ไหวเอนเบา ๆ ทุกครั้งที่ขยับเดิน
ชุดวันนี้ให้ความรู้สึกต่างจากลุคสายยุทธวิธีเมื่อวานอย่างสิ้นเชิง
หวังหมิงเลี่ยงเดินอยู่ข้าง ๆ สวมวิกสีส้มอมเหลือง สีสว่างจนสะดุดตาไปหน่อย
ฉันเหลือบมองเขาอยู่หลายครั้ง “วิกนี่...เอาจริงเหรอ?”
“จริงสิ” หวังหมิงเลี่ยงจัดขอบวิกให้เข้าที่ “หล่อจะตาย”
ฉันไม่ได้ตอบอะไร แค่หันไปมองบูธด้านหน้า
ตอนเราเดินเคียงกันผ่านทางเดินในฮอลล์ ก็สัมผัสได้ชัดเจนว่าสายตารอบข้างติดตามเราเหมือนแสงสปอตไลต์
ผู้คนยกโทรศัพท์ขึ้นมาจากทุกทิศทาง หน้าจอสว่างพรึ่บ เสียงชัตเตอร์ดังระงมไม่ขาดสาย
บางคนถ่ายกันโต้ง ๆ บางคนแกล้งทำเป็นถ่ายอย่างอื่น แต่เลนส์กลับหันมาทางเราอยู่ตลอด
ฉันเริ่มชินกับสถานการณ์แบบนี้อยู่บ้างแล้ว แต่ก็ยังรู้สึกว่ามันวุ่นวายอยู่ดี
แต่จะให้ฉันไม่ออกมาเดินเล่นหรือเที่ยวเพราะกลัวความวุ่นวายก็คงไม่ได้ ถ้าเป็นแบบนั้น นอนแผ่บนเตียงจนเห็ดขึ้นยังจะดีกว่า
เสียงซุบซิบของคนรอบข้างลอยเข้าหูเป็นระยะ ต่อให้มีคนเยอะก็ยังพอได้ยินอยู่หลายประโยค
“ผู้หญิงคนนั้นสวยจัง...”
“อยากถ่ายรูปกับเธอ แต่ผู้ชายที่อยู่ข้าง ๆ เป็นใครนะ?”
“แฟนมั้ง เดินอยู่ข้าง ๆ ตลอดเลย”
“เฮ้อ ข้างกายเทพธิดาก็ต้องมีอัศวินสินะ”
