ลิลลี่ซียกถาดอาหารเดินเข้ามา วางถ้วยน้ำหวานตรงหน้าซินอี้ พร้อมหยิบช้อนไม้มาวางให้อย่างใส่ใจ
“ขอบคุณ” ซินอี้กล่าวอย่างสุภาพ ก่อนจะค่อย ๆ ตักน้ำหวานดื่มทีละคำ ทว่าในใจกลับกำลังคิดว่าจะทำอย่างไรต่อไป ดูท่าแล้วคงถามข่าวจากแมรี่มากไปกว่านี้ไม่ได้ เธอจะเสียเวลาอยู่ที่นี่ต่อไปไม่ได้แล้ว
ซินอี้ดื่มน้ำหวานจนหมด กำลังคิดหาเหตุผลขอตัวกลับ ทันใดนั้นก็ได้ยินลิลลี่ซีชี้ไปยังถาดทรายตรงมุมห้อง พลางตะโกนใส่แมรี่ว่า “แมรี่ ถึงเวลาเขียนหนังสือแล้ว รีบไปเลย ห้ามคิดอู้เด็ดขาด”
แมรี่กลอกตาไปมา พอได้ยินมนุษย์ตัวจิ๋วที่ตัวเองเลี้ยงพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง สีหน้าราวกับไม่มีอะไรให้ต่อรอง ก็หุบหางแล้วขยับไปยืนข้างถาดทรายอย่างว่าง่าย
“เอ๊ะ เดี๋ยวก่อน แมรี่รู้หนังสือด้วยเหรอ?”
“รู้นิดหน่อยค่ะ ฉันสังเกตว่าบางครั้งแมรี่เหมือนจะเข้าใจที่ฉันพูด ก็เลยคิดจะสอนให้อ่านหนังสือ เผื่อฉันจะค่อย ๆ เข้าใจสิ่งที่มันสื่อด้วย”
“มหัศจรรย์ใช่ไหมล่ะ แมรี่ฉลาดมากเลย แค่บางทีก็ชอบอู้”
ลิลลี่ซีนึกถึงครั้งแรกที่ได้พบแมรี่ ตอนนั้นเธอถูกป้าขับไล่ออกจากบ้าน ข้างนอกมีหิมะขาวโพลน เธอวิงวอนป้าอยู่หน้าประตูเป็นเวลานาน แต่ไม่ได้รับคำตอบใด ๆ สิ่งเดียวที่ได้ยินคือเสียงหัวเราะพูดคุยอย่างสนุกสนานของพวกผู้ใหญ่ที่นั่งล้อมเตาผิงกินมื้อค่ำกัน
