“แล้วตอนนี้จะทำยังไง?” หนูน้อยหมวกแดงกระทืบเท้าด้วยความร้อนใจ
“รอ!”
“รอ? รออะไร?” หนูน้อยหมวกแดงเห็นซินอี้ทำท่าทางเหมือนรู้ดีไปหมดแล้วก็หงุดหงิด แต่เธอก็รู้ว่าตัวเองคงคิดอะไรไม่ออก ตอนนี้จึงทำได้แค่หวังพึ่งซินอี้ เธอนึกว่าอีกฝ่ายจะเผยคำตอบสุดอัศจรรย์ที่ทำให้เธอเข้าใจทุกอย่างกระจ่างแจ้ง แต่ไม่คิดเลยว่าพริบตาต่อมากลับเห็นอีกฝ่ายหยิบซาลาเปาออกมากัดกิน
ความหอมสดของเห็ดหอมผสานกับกลิ่นมันของเนื้อหมู เพิ่งหยิบออกจากกระเป๋าสัมภาระ กลิ่นเนื้อก็โชยเข้าจมูกทันที
ซินอี้หยิบหินเหล็กไฟออกมา เก็บกิ่งไม้แห้งแถวนั้นมาสองสามกิ่ง ใช้มีดสั้นเหลาเป็นขี้ไม้เส้นเล็ก ๆ ไม่นานก็จุดไฟติด จากนั้นหยิบซาลาเปาอีกหลายลูกมาเสียบกิ่งไม้ แล้วยื่นไปย่างช้า ๆ ตรงขอบกองไฟ
ผิวด้านนอกเริ่มเกรียมนิด ๆ พองเป็นฟองเล็ก ๆ น้ำมันบาง ๆ ซึมออกมาตรงขอบ กลิ่นหอมลอยกระจายไปตามเปลวไฟ
หนูน้อยหมวกแดงยืนอยู่ไม่ไกล ปืนล่าสัตว์พาดขวางอยู่ตรงหน้า ราวกับกำลังใช้ท่าทางบางอย่างขีดเส้นแบ่งอาณาเขต
แต่จมูกของเธอก็ยังขยับฟุดฟิดเล็กน้อยอย่างห้ามไม่อยู่ ก่อนจะรีบเบือนหน้าไปมองทางอื่น
ท้องร้องโครกครากอย่างไม่รักดี เธอหยิบขนมปังในตะกร้ามากัดสองคำ เดิมทีเธอชอบกลิ่นหอมของข้าวสาลีมาก แต่ของอร่อยแค่ไหน พอกินซ้ำไม่รู้กี่ครั้งก็ย่อมเบื่อ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงกลิ่นหอมของเนื้อในซาลาเปาข้าง ๆ ที่ลอยเข้าจมูกเธอไม่หยุด
หนูน้อยหมวกแดงวางขนมปังในมือลง แล้วค่อย ๆ ขยับเข้าไปทางซินอี้สองก้าวอย่างลับ ๆ ล่อ ๆ
