ซินอี้คาดไว้แล้วว่าเธอจะปฏิเสธทันที “คิดว่าถ้าฉันไม่ไป ฝูงหมาป่าจะไม่ตามไปถึงกระท่อมของคุณยายหรือไง?”
หนูน้อยหมวกแดงชะงัก ริมฝีปากเม้มเป็นเส้นตรง “หมายความว่ายังไง? คุณยายอยู่ที่นี่คนเดียวมานานแล้ว ไม่เคยเกิดเรื่องอะไรขึ้นเลย”
ซินอี้พูดจาเหลวไหลหน้าตาย “พูดตามตรงนะ หมาป่าในป่าแห่งนี้จับตาเส้นทางเล็ก ๆ ที่มุ่งไปยังกระท่อมมานานแล้ว ต่อให้ไม่มีฉัน ก็ยังมีหมาป่าตัวอื่นตามรอยไปอยู่ดี”
ซินอี้ผ่อนน้ำเสียงลง สายตามองลึกเข้าไปในป่า “ถ้าเธอไปบ้านคุณยายคนเดียว แล้วฝูงหมาป่าบุกไปถึงกระท่อม แค่ความห้าวหาญอย่างเดียวอาจปกป้องคุณยายไม่ได้หรอก”
หนูน้อยหมวกแดงกัดริมฝีปากล่าง ในใจเริ่มหวั่นไหวอยู่บ้าง แต่ก็ยังไม่ยอมอ่อนข้อ “ตะ...แต่เธอเป็นหมาป่านี่! ฉันจะเชื่อได้ยังไงว่าเธอจะไม่ทำร้ายคุณยาย?”
ซินอี้หลุบตาลงเล็กน้อย แววหม่นหมองที่ยากจะสังเกตเห็นวาบผ่านดวงตา
“ฉันไม่เคยเป็นหมาป่าจริง ๆ เลยสักครั้ง” เธอเอ่ยเสียงเบา น้ำเสียงแทบไม่มีอารมณ์ “เธอก็เห็นแล้วว่าลักษณะของเผ่าหมาป่าที่ฉันมี ก็มีแค่หูกับหางหมาป่า ซึ่งต่ำต้อยที่สุดในฝูง พวกมันต่างก็พูดว่าฉันเป็นลูกครึ่งมนุษย์กับหมาป่า”
หนูน้อยหมวกแดงนิ่งงัน มือที่ถือปืนล่าสัตว์กำแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว มองซินอี้ด้วยสีหน้าไม่อยากเชื่อ
“มนุษย์ไม่ยอมรับฉัน ฝูงหมาป่าก็ดูถูกฉัน” ซินอี้พูดต่อ น้ำเสียงเจือแววเยาะเย้ยตัวเอง “ในเผ่าฉันเป็นคนที่ถูกกีดกันมาตลอด เมื่อไม่กี่วันก่อน ฉันแอบได้ยินฝูงหมาป่าวางแผนว่าจะลอบโจมตีกระท่อมหลังเล็กของคุณยายตามเส้นทางนี้”
