ภูตหัวไชเท้าขาวแน่นิ่งไปแล้ว ซินอี้เก็บจันทร์เงินกลับมา
หยุนเฉิงไปเก็บแผ่นหัวไชเท้าที่ตกอยู่บนพื้น ส่วนหยุนเหลียวโก่งก้นขุดมุมกำแพง
เธอเดินไปตรงกรงเหล็ก ฟันตัวล็อกขาดในดาบเดียว เหล่าสัตว์น้อยทยอยวิ่งออกไปทีละตัว
ตัวสุดท้ายคือแมวราตรี หลังประตูกรงเปิดออก มันไม่ได้วิ่งหนีไปเหมือนสัตว์น้อยตัวอื่น แต่หันมามองทางซินอี้แวบหนึ่ง ดวงตาสองสีของมันโดดเด่นเป็นพิเศษในค่ำคืนสลัว จากนั้นจึงหันหลัง เดินเลียบกำแพงตรอกแล้วกลืนหายเข้าไปในความมืดอย่างไร้สุ้มเสียง
“ซินอี้! น้องสาว! มาดูนี่เร็ว ฉันเจออะไรเข้าแล้ว!” หยุนเหลียวยกถุงผ้าขึ้น ตะโกนเรียกทั้งสองด้วยความตื่นเต้น “เหรียญเทพนิยาย 13 เหรียญ! ภูตหัวไชเท้าขาวนี่รวยชะมัด!”
“แล้วก็มีของสีดำนี่ด้วย ไม่รู้ว่าคืออะไร” หยุนเหลียวพลิกก้อนทรงลูกบาศก์สีดำคล้ายรูบิกในมือไปมา พอบิดมันเล็กน้อย แสงเส้นบาง ๆ ก็ปรากฏขึ้นบนผิวสีดำ แล้วค่อย ๆ แผ่ไปตามร่องทุกเส้น พริบตาเดียวทั้งก้อนก็สว่างจ้าจนแสบตา ราวกับกำลังจะระเบิด
หยุนเหลียวสะดุ้ง รีบสะบัดก้อนสีดำทิ้งอย่างลนลาน ก่อนถอยกรูดไปสองก้าว
“ปัง——”
ลำแสงสีทองขนาดมหึมาพุ่งออกมาจากก้อนสีดำ ตรงขึ้นไปบนฟ้ายามค่ำคืน ก่อนแผ่บานออกอย่างฉับพลันในที่สูง ระเบิดเป็นดอกไม้สีทองดอกใหญ่ที่ค่อย ๆ ผลิบาน
ขอบกลีบดอกมีประกายไฟระยิบระยับ ค่อย ๆ คลี่ออกและหมุนวนบนม่านฟ้าสีน้ำเงินเข้ม ก่อนแตกกระจายเป็นจุดแสงเล็กจิ๋ว ร่วงหล่นลงมาทีละชั้น ราวกับฝนดาวตกสีทองโปรยปรายลงทั่วตลาดภูต
ดอกที่สองและสามระเบิดบานตามมา ดอกไม้ยักษ์ซ้อนทับกันแผ่คลุมท้องฟ้ายามค่ำคืน ส่องสว่างทั่วตลาดภูตจนราวกับเป็นเวลากลางวัน
