ซินอี้ยกชามขึ้นจิบตาม มันฝรั่งตุ๋นจนเปื่อยนุ่ม ในน้ำซุปใส่สะระแหน่แห้งลงไปด้วย รสขมอ่อน ๆ ทิ้งความหวานชุ่มคอไว้ปลายลิ้น
หนูน้อยหมวกแดงตักซุปชามที่สอง แล้วก้มหน้าซดเสียงดังจ๊วบ ๆ
หลังมื้ออาหาร ซินอี้เพิ่งเอนตัวลงบนเตียงก็หลับไปแทบจะทันที
ความง่วงหนักอึ้งนี้ผิดปกติ เธอเป็นคนระแวดระวังอยู่เสมอ ต่อให้หลับในสถานที่แปลกหน้า เพียงเสียงลมพัดหรือหญ้าไหวอยู่นอกบ้านก็ปลุกให้เธอรู้สึกตัวได้
แต่คืนนี้กลับเหมือนมีบางสิ่งกดเธอไว้ใต้ห้วงนิทรา จนจิตสำนึกไม่อาจลอยขึ้นมาได้
เธอพอได้ยินเสียงพื้นไม้ลั่นเอี๊ยดเบา ๆ ราวกับมีใครกำลังเดินไปมาในบ้าน
เสียงฝีเท้าดังอู้อี้ผ่านพื้นไม้ขึ้นมา เปลือกตาหนักอึ้ง ซินอี้พยายามเท่าไรก็ลืมตาไม่ขึ้น
เมื่อทุกอย่างเงียบลง ในที่สุดเธอก็จมดิ่งสู่ห้วงนิทราไร้ฝันอย่างสมบูรณ์ ไม่ได้ยินอะไรอีกเลย
เช้าวันต่อมา หลังซินอี้ลืมตาได้ไม่นาน เสียงปืนก็ดังขึ้นฉับพลันจากส่วนลึกของป่า
จากนั้นเสียงที่สองและเสียงที่สามก็ดังตามมาในช่วงห่างสม่ำเสมอ ราวกับกำลังใช้เสียงปืนส่งสัญญาณบางอย่าง
หนูน้อยหมวกแดงสะดุ้งตื่น พรวดลุกจากเตียงแล้ววิ่งเท้าเปล่าไปที่หน้าต่าง ผลักเปิดออกมองข้างนอก ลมหนาวยามเช้าพัดกรูเข้ามา ทำให้ซินอี้ตื่นเต็มตาขึ้นมาก
พวกเธอสวมเสื้อคลุมทับแล้วออกจากบ้าน ในลานมีคนยืนอยู่หลายคนแล้ว ล้วนเป็นนายพรานที่อาศัยอยู่ละแวกนี้ พวกเขาสะพายธนูกับแล่งลูกธนู กำลังคุยกันเสียงเบา คนหนึ่งเห็นหนูน้อยหมวกแดงออกมา จึงกวักมือเรียกเธอ
