ทั้งที่ระหว่างพวกเขายังมีระยะห่างกว้างประมาณหนึ่งคนคั่นอยู่ แต่อวี้จิ่งหรงกลับได้กลิ่นหอมละมุนจากตัวเธอ
เขาข่มใจไม่ให้ยกมือขึ้น ก่อนตอบเสียงแข็งว่า “ไม่มี”
จีซีอิงไม่ยอมแพ้ ขยับเข้ามาใกล้อีกนิด พลางประคองใบหน้าเขามองซ้ายมองขวา “มีชัด ๆ!”
อวี้จิ่งหรงตอบย้ำอีกครั้งว่า “ไม่มี” ทว่าสายตากลับไม่ละไปจากเธอแม้แต่วินาทีเดียว
“ที่เธอเรียนเป็นนาฏศิลป์คลาสสิกเหรอ?”
จีซีอิงก้มมองชุดเต้นรำสไตล์โบราณบนตัว ก่อนอธิบายว่า “ฉันจำไม่ค่อยได้แล้ว เต้นตามความรู้สึกน่ะ”
“สวยไหม?”
เธอลากเสียงท้ายประโยคยาวขึ้นเล็กน้อย แฝงความคาดหวังจาง ๆ ทั้งยังมีเสน่ห์ยั่วยวนอย่างบอกไม่ถูก
อวี้จิ่งหรงมองเธอ น้ำเสียงแหบพร่า “สวย”
ฮั่วเยียนโจวช่างตาถั่ว มองไข่มุกเป็นแค่ก้อนกรวดจริง ๆ
เขาอดหัวเราะเยาะในใจไม่ได้
จีซีอิงหัวเราะเบา ๆ ก่อนปล่อยมือจากเขา
อวี้จิ่งหรงขมวดคิ้ว “จะไปไหน?”
วันนี้เธอไม่กอดเขา แถมยังทำเย็นชาใส่กันอีกเหรอ?
จีซีอิงหมุนตัวกลับมา กะพริบตาเบา ๆ “ไปอาบน้ำไง!”
“เต้นจนเหงื่อท่วมตัว ไม่หอมแล้ว”
คิ้วที่ขมวดอยู่ของอวี้จิ่งหรงค่อย ๆ คลายออก
ที่แท้ก็เหงื่อออก กลัวเขาจะรังเกียจนี่เอง
แต่...ก็ไม่ได้เหม็นสักหน่อย
ทั้งที่หอมจะตาย
...........
อวี้จิ่งหรงกลับไปที่ห้องนั่งเล่น นั่งรอเธอบนโซฟา
จู่ ๆ เหมือนนึกอะไรขึ้นได้ เขาก็โทรศัพท์ออกไปอีกสาย
“คุณอวี้”
อวี้จิ่งหรงขานรับสั้น ๆ ก่อนเข้าประเด็นทันที “หาคนมาปรับปรุงห้องชั้นหนึ่ง”
