เขาอดถามตัวเองไม่ได้ว่าเธอชอบเขาจริง ๆ หรือเปล่า
หรือเป็นเพราะความจำเสื่อม ลืมฮั่วเยียนโจวไปชั่วคราว ถึงได้มองเขาเป็นแค่ของปลอบใจ?
แล้วถ้าวันหนึ่งความทรงจำกลับคืนมา เธอจะกลับไปเป็นเหมือนเมื่อก่อนหรือเปล่า?
คำถามเหล่านี้กลายเป็นเครื่องหมายคำถามขนาดใหญ่ กดทับหัวใจของอวี้จิ่งหรง
โจวอวี้เจิ้งเอ่ยขึ้นเรียบ ๆ ว่า “ดูสภาพนายตอนนี้สิ”
“ยังเหลือภาพลักษณ์ประมุขตระกูลอวี้อยู่ตรงไหน?”
พูดกันตามตรง ในบรรดาพวกเขาสี่คน อวี้จิ่งหรงเป็นคนเดียวที่ต่อกรกับโจวอวี้เจิ้งได้อย่างสูสี--
เขาจึงอดชื่นชมคนมีความสามารถไม่ได้
ความรู้สึกนั้นต่างจากที่มีต่อฮั่วเยียนโจวกับเซี่ยหนานเซียว เป็นความชื่นชมในฐานะคู่ต่อสู้ที่สูสีกัน
ทั้งสี่คนต่อหน้าใคร ๆ เป็นพี่น้องกัน แต่คนเดียวที่โจวอวี้เจิ้งยอมมองด้วยสายตาจริงจังมีเพียงอวี้จิ่งหรง
อีกทั้งเขายังเป็นคนแรกในกลุ่มที่ได้อำนาจดูแลตระกูล แค่เรื่องนี้เรื่องเดียวก็ทำให้โจวอวี้เจิ้งมองเขาใหม่แล้ว
อวี้จิ่งหรงยกแก้วขึ้นดื่มรวดเดียว ของเหลวรสเผ็ดร้อนจากสุราไหลผ่านมุมปากลงมาตามลูกกระเดือก ก่อนจะไหลต่อไปตามร่องอก
คืนนี้เซี่ยหนานเซียวเป็นพยานเพียงคนเดียว
เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นออกมา
รวมถึงเรื่องที่หรวนชิงใส่ร้ายจีซีอิงด้วย
มุมปากของอวี้จิ่งหรงยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเย็นชา แววตาดำสนิทเต็มไปด้วยความเย็นเยียบ
“ฉันรู้แล้ว”
มือที่เซี่ยหนานเซียวจับแก้วชะงักไป “นายเช็กกล้องวงจรปิดแล้วเหรอ?”
