หลังจากผู้จัดการพูดจบ หรวนชิงก็นิ่งไปครู่หนึ่ง
จากนั้นเธอก็พูดอย่างไม่ยอมแพ้ว่า “คืนนั้นอวี้จิ่งหรงบุกไปตระกูลฮั่ว ซ้อมเยียนโจวไปยกหนึ่งแล้ว เขาก็แก้แค้นแทนจีซีอิงไปแล้ว ยังจะเอายังไงอีก!”
ผู้จัดการมองเธอแวบหนึ่ง ก่อนเสนอทางเลือกให้สองทาง
“ข้อแรก เธอไปหาคุณฮั่ว ถ้าเขาออกหน้าจัดการเรื่องนี้ให้ ทุกอย่างก็เรียบร้อย”
“ข้อสอง ถ้าคุณฮั่วจัดการไม่ได้ เธอก็ต้องไปขอโทษคุณอวี้ ไม่อย่างนั้นดูจากนิสัยเขาแล้ว คงไม่ยอมเลิกราง่าย ๆ แน่!”
สีหน้าหรวนชิงเปลี่ยนไป ให้เธอไปขอร้องอวี้จิ่งหรงงั้นเหรอ?
นั่นไม่เท่ากับเอาตัวเองไปให้เขาหยามหรอกหรือ?
เธอไม่ไปเด็ดขาด
ผู้จัดการแบมือออก “งั้นเธอก็เหลือทางเดียว คือไปขอร้องคุณฮั่ว”
“อย่างน้อยตอนนี้เธอก็เป็นคู่หมั้นของเขา เป็นที่ยอมรับของคนนอก เขาคงไม่ปล่อยเธอไว้หรอก”
“แต่ช่วงนี้เขาไม่กลับบ้านเลย กินนอนอยู่ที่บริษัทตลอด”
ผู้จัดการฟังแล้วก็ได้แต่ถอนใจอย่างจนปัญญา
“ชิงชิง ปกติเธอหัวไวจะตาย ทำไมตอนนี้ถึงทึ่มขึ้นมาล่ะ!”
“วันนั้นปฏิกิริยาของคุณฮั่วเห็นชัดว่าเขารู้ว่าเธอจงใจ แต่เขาก็ไม่ได้บอกเลิกเธอ แถมยังไม่ได้ไปหาจีซีอิงด้วย นี่หมายความว่ายังไง?”
หรวนชิงลองคิดตามแล้วก็เหมือนจะเข้าใจอะไรบางอย่าง
“คุณฮั่วแค่เลือกอยู่บริษัทไม่กลับบ้าน แปลว่าเขายังไม่รู้ว่าจะเผชิญหน้ากับเธอยังไง แต่เท่าที่เห็นตอนนี้ เขาก็ยังเข้าข้างเธออยู่”
“สิ่งที่เธอต้องทำก็คืออย่าปล่อยให้เขาคิดตก รอจนเขาคิดได้แล้ว ความรู้สึกที่มีต่อเธออาจไม่ลึกซึ้งเหมือนเดิมก็ได้”
