เหมือนมีเงาเลือนรางถูกกระชากออกจากร่างอย่างรุนแรง
กู่เชียนหัวรู้สึกว่าทุกอย่างตรงหน้าช่างประหลาดราวกับไม่ใช่เรื่องจริง เธอได้แต่มองดูเงาคล้ายวิญญาณถูกดึงออกมาเกือบครึ่ง เสียงกรีดร้องของเฉิงเฉิงดังมาจากเงานั้นไม่ขาดสาย
ในที่สุดกู่เชียนหัวก็ได้สติ เธอพุ่งเข้าไปโดยไม่สนใจอะไร ผลักอาซุ่ยน้อยออก แล้วรีบสวมกอดลูกของตนไว้ด้านหลัง
อาซุ่ยน้อยถูกผลักอย่างไม่ทันตั้งตัว ของในมือหลุดลอยไป
ผีร้ายพุ่งกลับเข้าร่างเด็กชาย สั่นเทิ้มอยู่ในอ้อมกอดของกู่เชียนหัว
“แม่ช่วยผมด้วย แม่!”
กู่เชียนหัวได้ยินเสียงขอความช่วยเหลือแผ่วเบาของเฉิงเฉิงในอ้อมอก ก็ลืมภาพอีกฝ่ายที่เพิ่งอาละวาดทำร้ายคนไปชั่วขณะ เธอเพียงกอดเด็กในอ้อมแขนไว้แน่น มองอาซุ่ยน้อย แววตาหมดแล้วซึ่งความเป็นมิตรในตอนแรก
“เด็กบ้านไหน?! อยากทำอะไรกับเฉิงเฉิงของฉัน?!”
ในดวงตาเธอมีทั้งความโกรธและความตื่นตระหนกที่ซ่อนไม่มิด อาซุ่ยน้อยมองเธอแล้วแก้ไขอย่างจริงจังว่า
“เขาไม่ใช่ลูกของป้า เขาคือผีร้าย! อาซุ่ยกำลังช่วยเจ้าอาซื่อจับมันออกมา!”
“ผีอะไร? ผีที่ไหน… นี่ลูกของฉันเห็น ๆ!”
กู่เชียนหัวปกป้องลูกชายในอ้อมอกพลางโต้แย้งกับอาซุ่ยน้อย
อาซุ่ยน้อยถูกแย้งก็ไม่โกรธ เพียงล้วงหยิบยันต์อีกแผ่นออกมา โบกมือน้อย ๆ ไปด้านหนึ่ง ปาใส่ที่ว่างตรงบริเวณประตูบ้าน เธอแก้ไขอีกครั้งอย่างเคร่งขรึมว่า
“มันก็คือผีร้าย ลูกของป้าอยู่ตรงนี้ต่างหาก!”
พูดจบ ยันต์สีเหลืองก็ลุกไหม้กลางอากาศ
ควันขาวจากยันต์พัดผ่านพื้นที่ว่างเปล่าบางจุด ไม่นาน กู่เชียนหัวและคุณป้าก็เห็นว่าตรงตำแหน่งที่ควันขาวพัดผ่าน มีร่างของเด็กชายน้อยปรากฏขึ้น
