“มือฉัน! โอ้ยๆ มือฉัน โอ้ย!”
ลู่เสวี่ยถงกรีดร้อง สัญชาตญาณทำให้เธอยื่นมือไปหาหนานจือจือเพื่อขอความช่วยเหลือ
แต่ยังไม่ทันได้แตะตัว หนานจิ่งเหยียนที่อยู่ตรงปากประตูก็พุ่งเข้ามา คว้าตัวหนานจือจือถอยออกไปทันที
ผิวหนังที่มือของอีกฝ่ายเน่าเปื่อยผิดปกติขนาดนั้น ใครจะรู้ว่ามันติดต่อหรือเปล่า?
หนานจือจือเชื่อมาตลอดว่าการหายตัวไปของซุ่ยซุ่ยต้องเกี่ยวข้องกับลู่เสวี่ยถง พอเห็นมือเธอกลายเป็นเหมือนเปลือกไม้อย่างน่าประหลาด ก็ยิ่งมั่นใจมากขึ้น รีบเอ่ยเสียงเย็นว่า
“อาการที่มือเธอแบบนี้ ไม่ก็ไปโดนของสกปรกเข้า หรือไม่ก็โดนสาป ลองคิดดูดีๆ ว่าทำอะไรไว้บ้าง ไม่อย่างนั้นใครก็ช่วยเธอไม่ได้!”
ต้องยอมรับว่า หนานจือจือแม้ไม่เคยศึกษาศาสตร์เร้นลับมาก่อน แต่เคยเห็นซุ่ยซุ่ยจัดการเรื่องแบบนี้มาหลายครั้ง ก็เลยพอพูดได้บ้าง
และสองสามประโยคนั้นก็เพียงพอจะทำให้ลู่เสวี่ยถงตกใจกลัวได้
เธอนึกถึงตุ๊กตาไม้ที่ห่อด้วยแผ่นยันต์ซึ่งตัวเองแตะต้องเมื่อคืนโดยไม่รู้ตัว
ความผิดปกติบนมือของตัวเอง ก็เหมือนเปลือกไม้เปี๊ยบ!
แต่คนคนนั้นไม่เห็นบอกเลยว่าแตะต้องตุ๊กตาไม้แล้วจะเกิดเรื่องด้วย!!
ถ้ารู้ตั้งแต่แรก เธอไม่มีทางตกลงเด็ดขาด!
ตอนนี้มือเธอกลายเป็นแบบนี้ ต่อให้กลับมาดังอีกครั้งจะมีประโยชน์อะไร?!
ความตกใจและความเสียใจในแววตาของลู่เสวี่ยถงชัดเจนเกินไป หนานจิ่งเหยียนและหนานจือจือมองออกได้ง่ายๆ ใจก็ยิ่งหนักอึ้งลงไปอีก
