ชาวบ้านบนกำแพงกันคลื่นหัวเราะกันอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะทยอยหันหลังกลับเข้าไปในลานบ้าน
หลิวต้าจู่เช็ดคราบน้ำมันเนื้อพะโล้ที่ปาก ถือแก้วเหล้าเดินเข้ามาหาหลินไห่ แล้วกระซิบว่า “พี่ไห่จื่อ คราวนี้หลี่ชูเฟินกับหวังชุยผิงตกลงไปในหลุมโคลน คงไม่กล้าออกจากบ้านไปเจอหน้าใครสักครึ่งเดือน”
“แต่นายต้องระวังน้องชายนายไว้ด้วย”
หลินไห่จิบชาหยาบ ๆ หนึ่งอึก “หลินเทาเป็นอะไรไป?”
“สองวันนี้เขาไม่ออกทะเล เอาแต่วิ่งเข้าเมืองทุกวัน”
หลิวต้าจู่ลดเสียงลง สีหน้าจริงจังขึ้นเล็กน้อย “ฉันได้ยินเพื่อนในเมืองบอกว่า เขาสนิทสนมกับพวกที่ค้าของลับอยู่ทางฝั่งตะวันออกของเมือง”
“คนพวกนั้นมีปืนอยู่ในมือ ทำแต่เรื่องเสี่ยงคอขาดบาดตายทั้งนั้น”
หลินไห่หมุนถ้วยกระเบื้องในมือเล่น ปลายนิ้วถูไล้ขอบถ้วยที่หยาบขรุขระ “ฉันรู้แล้ว ขอบใจ”
หลิวต้าจู่เห็นว่าหลินไห่รู้เรื่องดีอยู่แล้ว จึงไม่พูดต่อ หันกลับไปเล่นทายกำปั้นดื่มเหล้ากับหนุ่มฉกรรจ์คนอื่น ๆ
งานเลี้ยงครึกครื้นยาวไปจนถึงบ่ายสามโมงจึงเลิกรา
หลังส่งแขกกลุ่มสุดท้ายกลับไปแล้ว หลิวต้าเฉิง หัวหน้าคนงาน ก็เข้ามาลาหลินไห่ ส่วนสุนัขป่าตัวใหญ่สองตัวอย่างเฮย์หู่กับเฮย์เป่าก็เดินตามเสิ่นชิวกลับเข้าไปในลานหลังบ้านอย่างว่าง่าย
ประตูใหญ่สีแดงชาดปิดลง ลานบ้านก็เงียบสงบ
