สิ้นเสียง ประตูบานหนึ่งก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าเจียงหาวอย่างไร้ที่มา เมื่อเดินเข้าไป เธอก็พบว่าด้านในเป็นเขาวงกตขนาดมหึมา
กำแพงสูงตระหง่านขึ้นจากพื้น ผนังสีเทาขาวดูคล้ายแผ่นป้ายหลุมศพที่ตั้งเรียงกัน
ทางแยกมากมายทอดต่อกันเป็นทอด ๆ เลี้ยวซ้ายวกขวา มองไปสุดสายตาก็ไม่เห็นปลายทาง
สีหน้าเจียงหาวมืดครึ้มลง
เกมบัดซบนี่ตั้งใจขังเธอไว้ที่นี่จนตายชัด ๆ
เอ้อร์เฟิ่งที่บินวนอยู่เหนือศีรษะกระพือปีก ก่อนเอ่ยขึ้นเองว่า “นายท่าน ฉันบินขึ้นไปบนเขาวงกตแล้วบอกทางได้นะ”
แต่เจียงหาวไม่ได้มองโลกในแง่ดีนัก “คงไม่ง่ายขนาดนั้น เพื่อความปลอดภัย ส่งผึ้งตัวเล็กไปลองก่อน”
แน่นอนว่าเกมไม่มีทางยอมให้เธอหาทางออกได้ง่าย ๆ
ผึ้งตัวนั้นเพิ่งบินขึ้นเหนือเขาวงกต ก็ชนเข้ากับตาข่ายไฟฟ้าที่มองไม่เห็น ร่างแข็งค้าง ก่อนร่วงลงมาเสียงเพี๊ยะและถูกไฟช็อตตายทันที
เมื่อเห็นภาพนั้น เกมแทบกลั้นเสียงหัวเราะเอาไว้ไม่อยู่
แล้วไงที่วิ่งเข้าเส้นชัยเป็นที่หนึ่งบนสนามแข่ง? ตอนนี้ก็ยังต้องติดอยู่ในเขาวงกตจนตายไม่ใช่หรือไง?
แต่ไม่นานมันก็หัวเราะไม่ออก
เจียงหาวใช้นิ้วเคาะที่วางแขนรถเข็นเบา ๆ มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเย็นชา
คิดจะใช้เขาวงกตขังฉันงั้นเหรอ? ฝันไปเถอะ!
เธอเอ่ยสั่งทันทีว่า “เอ้อร์เฟิ่ง ปล่อยลูกน้องของเธอออกไป แต่ละเส้นทางส่งไปเส้นละตัว ถ้าเจอทางตันก็ให้ผึ้งฆ่าตัวตาย เราจะได้ไล่ย้อนกลับจนรู้เส้นทางจริง”
ผึ้งบินขึ้นไปบนเขาวงกตไม่ได้ก็จริง แต่พวกมันมุดเข้าไปสำรวจทุกช่องทางตรง ๆ ไม่ได้หรือไง?
