มือเขาสั่นจนพวงมาลัยหักไปครึ่งรอบ เกือบพุ่งเข้าไปในหมอกพิษเสียเอง
เขากัดฟันประคองรถให้ทรงตัว พลางสบถว่า “เชี่ย ผู้หญิงคนนั้นมันเล่นของอะไรนักหนา...”
ยังพูดไม่ทันจบ หมาป่าใหญ่ก็พุ่งเข้ามาขวางหน้ารถ ตวัดกรงเล็บใส่กระจกหน้ารถจนแตกกระจายดังเพล้ง
จินจินตามมาติด ๆ หางที่ราวกับแส้เหล็กฟาดผ่านหน้าต่างรถเข้าใส่หัวไหล่คนขับพอดิบพอดี เขาร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดจนพวงมาลัยหลุดมือ
เอ้อร์เฟิ่งจึงค่อย ๆ บินขึ้นกลางอากาศด้วยร่างกลมป้อม ดวงตาเย็นเยียบจ้องผู้เล่นในรถที่กำลังร้องโอดโอย
คราวนี้นางไม่ได้พุ่งเข้าไปกลืนผู้เล่นในรถให้ตายคาที่ทันที
กล้าลอบเล่นงานเจ้านายของนางหรือ? ปล่อยให้ตายง่าย ๆ ก็สบายเกินไปแล้ว
นางสะบัดปีก ส่งเสียงหึ่งขึ้นครั้งหนึ่ง ฝูงผึ้งมหาศาลก็ได้รับคำสั่งทันที ก่อนจะบินหึ่งเข้าโอบล้อมรถคันนั้นไว้ทุกด้าน
ผึ้งนับไม่ถ้วนออกแรงพร้อมกัน ตัวรถถูกยกขึ้นจากพื้นอย่างช้า ๆ ราวกับเมฆดำมีชีวิตกำลังหอบหิ้วมันขึ้นไปกลางอากาศ
คนในรถร้องขอชีวิตอย่างบ้าคลั่ง
เขาเสียใจแล้ว เสียใจจริง ๆ
ถ้ารู้แต่แรกว่าผู้เล่นหญิงสองคนในรถออฟโรดคันหน้าจะเก่งขนาดนี้ ต่อให้ยืมความกล้ามาสักร้อยเท่า เขาก็ไม่กล้าคิดไม่ซื่อแน่
แต่ตอนนี้สายเกินไปแล้ว ต่อให้เขาตะโกนจนคอแตก เสียงก็ไม่อาจเล็ดลอดออกไปได้แม้แต่นิดเดียว ถูกเสียงผึ้งกลบจนหมดสิ้น
เพียงพริบตา รถทั้งคันก็ถูกยกไปริมถนน แล้วผลักเข้าไปในหมอกสีเทา
