“แต่...แต่ว่า...” หญิงสาวมองเจียงสวิน ก่อนจะหันไปมองหวังชง แล้วเอ่ยเสียงเบา “ข้าว่าเขาพูดมีเหตุผลนะ”
“ข้าล่ะยอมใจเจ้าเลย! รีบไปกับข้าก่อนเถอะ ถูกคนอื่นหลอกใช้เป็นอาวุธแล้วยังไม่รู้ตัวอีก!”
หวังชงได้ยินดังนั้นก็พูดไม่ออก รีบลากหญิงสาวกับหลิวชิ่งจากไปพร้อมกัน
เจียงสวินหันหลังกลับบ้าน พลางครุ่นคิดอยู่ในใจ
จากนี้ ขอแค่จัดการหวังชงกับหลิวชิ่งให้สิ้นซากภายในสามวัน เรื่องนี้ก็จะกลายเป็นความจริงที่ปักหลักอยู่บนหัวพวกเขา
ถึงตอนนั้นไม่ว่าใครจะช่วยแก้ต่างให้พวกเขาอย่างไร ความผิดฐานสามคนปล้นเงินฆ่าคนแล้วแยกย้ายกันหลบหนี ก็จะตกอยู่กับพวกเขาตามที่เจียงสวินกล่าวไว้
อย่างไรเสียหวังเหยียนก็ต้องส่งรายงานให้เบื้องบนอยู่แล้ว
“ท่านพี่!”
เยี่ยนหรานเห็นเจียงสวินกลับมา ก็รีบวิ่งออกมาเปิดประตูให้ “ข้างนอกเป็นอย่างไรบ้าง”
“กลับเข้าไปค่อยเล่าเถิด” เจียงสวินโอบฉินเยี่ยนหรานไว้ พลางปลอบเสียงอ่อนโยน แล้วลงกลอนประตูรั้ว
จากนั้นจึงพาฉินเยี่ยนหรานกลับเข้าไปด้วยกัน
“พี่เขย” เหยียนเอ๋อร์นั่งเขียนหนังสืออย่างว่าง่ายอยู่ตรงนั้น เมื่อเห็นเจียงสวินกลับมา ก็วางตะเกียบให้ “พี่เขย รีบกินข้าวเถิด”
“โจ๊กเย็นหมดแล้ว ข้าจะไปอุ่นให้ท่าน” ฉินเยี่ยนหรานพูดพลางเตรียมตัวไปอุ่นโจ๊ก
“ไม่ต้องอุ่นแล้ว” เจียงสวินส่ายหน้า ยกชามโจ๊กขึ้นดื่มจนหมด แล้วเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นข้างนอกให้ฉินเยี่ยนหรานฟัง
“คนพวกนี้นี่จริง ๆ เลย ทำไมถึงต้องบอกว่าเป็นท่านฆ่าคนด้วย” ฉินเยี่ยนหรานได้ฟังก็รู้สึกขุ่นเคืองแทนเขา
“ที่จริง...” เจียงสวินโน้มไปกระซิบข้างหูฉินเยี่ยนหราน “ข้าเป็นคนฆ่าจริง ๆ หลิวหยางกับเฒ่าจางก็เป็นฝีมือข้า”