ชาวบ้านต่างแตกตื่นอลหม่านและโต้เถียงกัน หัวหน้ามือปราบหวังเหยียนก็มาถึงที่เกิดเหตุพร้อมคนของเขาอย่างรวดเร็ว
“เถียงอะไรกัน! หยุดเถียงได้แล้ว!”
หวังเหยียนลงจากม้าแล้วตะโกนเสียงดัง พอเห็นเจียงสวินก็พยักหน้าทักทายเบา ๆ
“หัวหน้าหวัง...”
เมื่อทุกคนเงียบลง ผู้ใหญ่บ้านก็เดินเข้าไปหาหัวหน้าหวัง เล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้ฟังตั้งแต่ต้นจนจบ
“หมายความว่า หวังชงกับหลิวชิ่งไม่ได้หนีไปอย่างนั้นหรือ?”
หวังเหยียนฟังแล้วขมวดคิ้วแน่น
“ใต้เท้า! ไม่ใช่การหนีไปแน่นอน ข้ายังตั้งครรภ์อยู่ หวังชงไม่มีทางทิ้งข้าไปเช่นนั้น เมื่อวานเขาเข้าเขาไปล่าสัตว์เพื่อเตรียมข้ามฤดูหนาวนะเจ้าคะ ใต้เท้า!”
ฮูหยินหวังก็รีบวิ่งมาหาหวังเหยียน คุกเข่าลงตรงหน้าแล้วร่ำไห้คร่ำครวญ
ฮูหยินหลิวชิ่งกับฮูหยินหลิวหยางเห็นดังนั้นก็รีบเข้ามาคุกเข่าร่ำไห้แทบขาดใจ
“สามีข้าก็ไม่มีทางหนีไปแน่! เขาต้องถูกคนฆ่าตายในเขาแล้วเป็นแน่!”
ฮูหยินหลิวหยางพาลูกสองคนคุกเข่าข้างหวังเหยียน ส่งเสียงคร่ำครวญ
“พอได้แล้ว ร้องไห้จนข้าปวดหัว! ร้องไปแล้วจะมีประโยชน์หรือ?”
หวังเหยียนโบกมืออย่างรำคาญ เดินออกจากข้างพวกนางมาหาเจียงสวิน “พี่เจียง ขอคุยด้วยสักครู่”
“อืม” เจียงสวินพยักหน้า แล้วเดินไปกับหวังเหยียนให้ห่างออกมาหน่อย
“พี่เจียง บอกข้าตามตรง คนพวกนั้นเป็นฝีมือท่านหรือไม่?”
หวังเหยียนลดเสียงลงถาม “ท่านวางใจเถิด เมื่อวานท่านช่วยพูดถึงข้าในทางที่ดีต่อหน้าคุณหนูเฉินตั้งมากมาย ข้าหวังเหยียนจดจำไว้ในใจ ต่อให้คนพวกนั้นเป็นฝีมือท่านจริง ข้าก็จะช่วยจัดการเรื่องนี้ให้เรียบร้อย”