“ลงมา ลงมา” หวังเหยียนรีบสั่งมือปราบที่อยู่ข้างกายให้ลงจากม้า
เจียงสวินจับอานแล้วปีนขึ้นม้า กระชับบังเหียน การขี่ม้าดูเหมือนจะไม่ยากเท่าไร
“ตามข้ามา ย่ะ!”
หวังเหยียนกล่าวจบก็ขี่ม้าออกไป
เจียงสวินเลียนแบบท่าทางของหวังเหยียน หนีบลำตัวม้าไว้ด้วยขาทั้งสองข้าง ก่อนหันกลับไปมองลานบ้าน “ฮูหยิน ข้าออกไปข้างนอกสักครู่!”
“ระวังตัวระหว่างทาง รีบกลับบ้านด้วย” ฉินเยี่ยนหรานรีบออกมาจากห้องเพื่อกำชับเจียงสวินเช่นกัน
เขาสะบัดบังเหียน “วางใจเถอะ! ย่ะ!”
ม้าเพิ่งออกวิ่ง เจียงสวินก็เกือบพลัดตกลงไปเสียแล้ว
เคราะห์ดีที่เขามีพลังบำเพ็ญขั้นหลอมกายสามชั้น ร่างกายแข็งแกร่งไม่น้อย ทั้งยังมีเรี่ยวแรง จึงประคองตัวไว้ได้
พอวิ่งไปได้ระยะหนึ่งก็เริ่มชิน
หวังเหยียนพาเจียงสวินมาถึงลานฝึกทหารกว้างแห่งหนึ่งในอำเภอผิงอัน
ที่นี่มีคนมารออยู่ไม่น้อยจริง ๆ ในจำนวนนั้นยังมีผู้ลี้ภัยจากหมู่บ้านผิงอันด้วย
“คนเหล่านี้เป็นผู้ลี้ภัยจากหมู่บ้านใกล้เคียง ตอนนี้มีทั้งหมดห้าสิบคน คนทั้งห้าสิบนี้ข้ายกให้เจ้าดูแล”
หวังเหยียนลงจากม้าแล้วมองเจียงสวินพลางกล่าว
“พวกเขาจะเชื่อฟังข้าหรือ?”
เจียงสวินลงจากม้าเช่นกัน แล้วมองคนทั้งห้าสิบ
คนกลุ่มนี้เรียกได้ว่ามีสารพัดแบบ แต่ละคนผอมแห้ง สวมเสื้อผ้าป่านหยาบ ๆ ดูราวกับใกล้ตายเต็มที
แต่ในสถานการณ์เช่นนี้ พวกเขายังอดทนผ่านฤดูหนาวมาได้และยืนอยู่ตรงนี้ ก็นับว่าไม่ง่ายแล้ว
ฮูหยินของหวังชงกับฮูหยินของหลิวชิ่งก็ตายอยู่ในบ้านช่วงฤดูหนาวเช่นกัน
ส่วนศพนั้น...อย่างไรเสียก็มีบางคนได้กินเนื้อไปแล้ว
เจียงสวินไม่ได้รู้สึกละอายใจในเรื่องนี้ เขาไม่ได้ลงมือกับพวกนาง หากหวังชงและคนอื่น ๆ ไม่คิดชั่ว เจียงสวินก็คงไม่สังหารพวกเขา
ทั้งหมดเป็นผลจากการกระทำของพวกเขาเอง
“ถ้าอย่างนั้นก็ต้องดูฝีมือของพี่เจียงแล้ว”
หวังเหยียนมองเจียงสวินพลางยิ้มน้อย ๆ
“ไม่คิดเหมือนกันว่าพี่หวังจะดูแลข้าถึงเพียงนี้”
เจียงสวินกล่าวพลางหันไปมองหวังเหยียน
“ไอ้หยา พูดอะไรเช่นนั้น นี่เป็นเรื่องที่สมควรอยู่แล้ว หากไม่มีพี่เจียง ข้าคงผ่านฤดูหนาวอันแสนสุขมาไม่ได้หรอก”
ที่จริงหวังเหยียนก็เพียงอยากอาศัยเจียงสวินตีสนิทคุณหนูเฉิน ต่างคนต่างมุ่งหวังผลประโยชน์กันทั้งนั้น