“หลังจากพวกเขาเข้ามาแล้ว ไม่ได้ทำร้ายพวกเจ้าหรอกหรือ? เมื่อครู่เกิดอะไรขึ้น?”
หลังเล่าเรื่องของตนจบ เจียงสวินก็ถามสองพี่น้องถึงเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ด้วย
“พวกเราได้ยินเสียงวุ่นวายในหมู่บ้าน ข้าออกไปดูแวบหนึ่ง เห็นว่ามีทหารอยู่ จึงรีบพาเหยียนเอ๋อร์ไปหลบในห้องใต้ดิน”
“หลังจากนั้นข้างนอกเกิดอะไรขึ้น ข้าก็ไม่รู้แล้ว”
ฉินเยี่ยนหรานส่ายหน้า
“หืม? ถ้าเช่นนั้น ประตูเรือนเจ้าก็เปิดเองหรือ?” เจียงสวินนึกถึงกลอนประตูที่พังเสียหายขึ้นมา
“ใช่แล้ว หากประตูเรือนลงกลอนจากด้านใน แต่กลับไม่มีคนอยู่ข้างใน ไม่แปลกหรือ?”
ฉินเยี่ยนหรานพยักหน้า
“แล้วกลอนประตูพังได้อย่างไร?” เจียงสวินมีสีหน้าฉงน
“ไม่รู้เหมือนกัน...” ฉินเยี่ยนหรานส่ายหน้าเช่นกัน “ท่านพี่หิวหรือไม่? ข้าจะไปทำอาหารให้”
“เวลานี้ข้าจะมีแก่ใจที่ไหนมากินข้าว เจ้าและเหยียนเอ๋อร์กินกันก่อนเถิด ไม่ต้องห่วงข้า ข้าอยากออกไปดูสถานการณ์ ว่าหมู่บ้านจะสงบลงได้หรือไม่”
เจียงสวินลุกขึ้น ใช้มือข้างละข้างขยี้ศีรษะของเยี่ยนหรานกับเหยียนเอ๋อร์เบา ๆ
จากนั้นก็หันหลังเดินออกไป “ข้าจะลงกลอนประตูจากด้านนอกไว้ก่อน เผื่อมีเหตุไม่คาดฝัน ข้าจะอยู่ในหมู่บ้าน ไม่ไปไหนไกล”
“ได้” ฉินเยี่ยนหรานเดินตามออกมาแล้วพยักหน้า
เจียงสวินลงกลอนประตูจากด้านนอก ก่อนมองไปรอบ ๆ ทหารเหล่านั้นยังอยู่ ส่วนชาวบ้านก็พากันออกมาจากเรือนแล้ว
ดูเหมือนจะไม่มีใครได้รับบาดเจ็บเลย
ถึงขั้นพูดคุยกับทหารอย่างสนุกสนานด้วยซ้ำ
ดูท่ากองทัพกบฏกลุ่มนี้จะเป็นคนดีจริง ๆ
แต่ชาวบ้านบางคนก็มีสีหน้ากังวลไม่ต่างจากเจียงสวิน ไม่รู้ว่าต่อจากนี้จะเกิดเรื่องอะไรขึ้น