เมื่อได้ฟังมาถึงตรงนี้ เจียงสวินก็ค่อย ๆ วางดาบในมือลง
“เหตุใดพวกท่านถึงมาหาข้า? เพราะข้าล่าสัตว์เก่งอย่างนั้นหรือ?”
เจียงสวินถามต่อ
“ทุกครั้งที่พวกเราไปถึงที่ใด ก็จะเสาะหาคนมีความสามารถ พรานล่าสัตว์ที่มีฝีมือเช่นเจ้า ย่อมเป็นเป้าหมายที่พวกเราอยากตามหาที่สุด”
เมื่อเห็นเจียงสวินวางดาบลง ทหารทั้งสองก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก
“ใช่ พวกเราได้ยินชาวบ้านเล่าว่า ก่อนหน้านี้เจ้าก็เป็นผู้อพยพ พอมาถึงที่นี่ได้เดือนสองเดือนก็สร้างบ้านเองได้แล้ว ทั้งยังล่าหมูป่ากับกวางได้ด้วย”
“คิดว่าฝีมือยิงธนูของเจ้าคงไม่เลวแน่ พวกเราจึงตั้งใจมาชวนเจ้าเข้าร่วมกองทัพก่อกบฏ”
อีกคนเอ่ยเสริม “ใช่ ๆ ขอเพียงให้ผู้บังคับบัญชากองพันของเราดูฝีมือเจ้า ยิ่งเก่งเท่าไรก็ยิ่งได้เบี้ยเลี้ยงรายเดือนมากเท่านั้น หากที่บ้านยังมีคนอื่นอยู่ด้วย พวกเขาก็จะได้รับการดูแลเป็นพิเศษเช่นกัน”
“พวกท่านมั่นใจถึงเพียงนั้นเชียวหรือว่าจะยึดอำเภอผิงอันได้? หรือจะพูดอีกอย่าง พวกท่านไม่กลัวกองทัพพิทักษ์เป่ยเปียนมาหรือ?”
เจียงสวินปักดาบลงบนพื้นตรงหน้า
กองทัพพิทักษ์เป่ยเปียนเป็นกองทัพที่แข็งแกร่งที่สุดของต้าอวี๋ ปกติมีหน้าที่รักษาเขตแดนทางเหนือและป้องกันต้าซิงทางเหนือ
โดยทั่วไปแล้วพวกเขาจะไม่ถูกเคลื่อนย้ายโดยพลการ แต่หากบ้านเมืองตกอยู่ในภาวะคับขัน กองทัพพิทักษ์เป่ยเปียนย่อมยกทัพกลับมาสังหารศัตรู
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ทั้งสองก็สบตากัน ก่อนจะหัวเราะออกมา
“ฮ่า ๆ ๆ พี่ชาย เจ้าไม่รู้หรือ? ตอนนี้ทหารของต้าอวี๋น่ะอ่อนปวกเปียกยิ่งกว่าดินเหนียวเสียอีก”
“กองทัพก่อกบฏของพวกเรายึดเมืองมาได้หลายแห่งแล้ว ส่วนใหญ่เป็นนายอำเภอหรือเจ้าเมืองที่ยอมมอบเมืองให้เอง”