เสียงเกราะกระทบกันกังวาน เสียงกีบม้าดังกึกก้อง
มีกองทหารม้าจากป้อมติ้งเปี้ยนมาถึงกองหนึ่ง รวมแล้วห้าสิบกว่าคน แต่ละคนขี่ม้าตัวสูงใหญ่ สวมเกราะและพกพาอาวุธครบครัน
มีคนขี่ม้าสองคนเป็นหัวหน้า คนหนึ่งคือจ้าวจีรุย ผู้บัญชาการป้อม วัยราวห้าสิบ สวมชุดคลุมผ้าแพร พุงพลุ้ย ใบหน้าประดับรอยยิ้ม
ข้างกายเขาคือจ้าวหย่ง บุตรชายคนเล็ก อายุยี่สิบต้นๆ สวมเครื่องแบบนายร้อยครัวชุดใหม่เอี่ยม คาดดาบยาวไว้ที่เอว สะพายธนูและลูกศร มองผิวเผินก็พอจะเรียกได้ว่าหน้าตาดี ทว่าหากพินิจให้ถี่ถ้วนจะเห็นแววตาลามกของเขา ซึ่งคอยกวาดมองหญิงสาวรอบข้างอยู่เป็นระยะ
หลี่เหลียนซานพาครอบครัวเดินออกมาจากตรอก ก่อนคำนับชายทั้งสองที่อยู่บนหลังม้าอย่างนอบน้อม
“ข้าน้อยหลี่เหลียนซาน นายกองร้อยแห่งหมู่บ้านเฮยซาน ขอคารวะผู้บัญชาการป้อมจ้าวและนายร้อยครัวจ้าว!”
จ้าวจีรุยยิ้มพลางประสานมือบนหลังม้า “น้องหลี่ ไม่พบกันหลายวัน สบายดีหรือไม่!”
หลี่เหลียนซานรีบลุกขึ้นคำนับตอบ “ผู้บัญชาการป้อมจ้าว นายร้อยครัวจ้าว ทั้งสองท่านมาเยือนถึงที่ ข้าน้อยมิได้ออกมาต้อนรับแต่เนิ่นๆ ขอได้โปรดอภัยด้วย!”
“ท่านลุงหลี่ อีกไม่นานเราก็จะเป็นครอบครัวเดียวกันแล้ว ยังจะเกรงใจกันไปไย” จ้าวหย่งเอ่ยยิ้มๆ พลางมองหลี่ฝูหลิงที่อยู่ด้านหลัง ดวงตาพลันเป็นประกาย
“นี่คือน้องหลิงเอ๋อร์ใช่หรือไม่? เทศกาลตรุษจีนปีนี้นางตามท่านลุงหลี่ไปเยี่ยมคารวะที่บ้านข้า เสื้อผ้าฤดูหนาวหนาหนักนัก คาดไม่ถึงว่าโตขึ้นจะงดงามถึงเพียงนี้!”
หลี่ฝูหลิงมิได้ตอบ นางขยับเข้าไปหลบข้างอู๋ฉี่เล็กน้อย ทว่าจ้าวหย่งยังคงจับจ้องนางไม่วางตา ทำให้หลี่ฝูหลิงอึดอัดไปทั้งตัว
จ้าวจีรุยเจนจัดผ่านโลก เมื่อเห็นเด็กสาวเกล้าผมและชายหนุ่มข้างกาย จึงจงใจถามว่า “โอ้ นายกองร้อยหลี่ แล้วบุรุษผู้กล้าท่านนี้คือ?”
หลี่เหลียนซานยังไม่ทันเอ่ยปาก อู๋ฉี่ก็ชิงก้าวออกมา กล่าวเสียงดังฟังชัดว่า “ผู้บัญชาการป้อมจ้าว ข้าชื่ออู๋ฉี่ เป็นทหารประจำครัวเรือนแห่งหมู่บ้านเฮยซาน วันนี้มาสู่ขอนายกองร้อยหลี่ ข้ากับฝูหลิงต่างมีใจให้กัน นายกองร้อยรับปากยกบุตรสาวให้ข้าแล้ว!”
