บทที่ 2 โปรดสำรวมตน
มองดูสามคนนั้นเดินออกจากบาร์ไป เผยหวยจิ่นเก็บสายตากลับมา ก้มมองหญิงสาวข้างกาย
เธอพิงตัวเขาอยู่ หายใจถี่รัว มือจิกปลายแขนเสื้อเขาไว้ ข้อนิ้วซีดเผือด เธอเงยหน้าขึ้น เหมือนจะพูดอะไร แต่ริมฝีปากขยับเพียงเล็กน้อย กลับเปล่งออกมาได้แค่เสียงอ้อแอ้
แล้วแววตาของเธอก็เริ่มพร่าเลือน ร่างทั้งร่างทรุดลง
เผยหวยจิ่นโอบเอวเธอไว้ พยุงให้มั่น ถามเสียงต่ำ "คุณเป็นอะไรหรือเปล่า"
เธอซบอิงในอ้อมอกเขาอย่างอ่อนแรง เมาจนแทบลืมตาไม่ขึ้นแล้ว
เขายืนนิ่งอยู่สองวินาที
จากนั้นเขาก็ทำสิ่งที่กลายเป็นการตัดสินใจที่ไม่น่าทำเป็นครั้งที่สองของคืนนี้
"ไปกันเถอะ" เขาพูดพลางประคองกึ่งอุ้มเธอเดินออกไป "บ้านคุณอยู่ที่ไหน ผมไปส่ง"
ตอนนี้สมองของเสิ่นชิงอวี๋ไม่ค่อยจะรู้เรื่อง เธอพยายามเบิกตาเพ่งมองชายคนนี้
สันคิ้วเขาสูง เบ้าตาลึก สันจมูกโด่ง ริมฝีปากบางเม้มเล็กน้อย ดูเหมือนคนไม่ค่อยเข้าถึงง่าย
เขาสวมโค้ทสีดำ ข้างในเป็นสูทสีเทาเข้ม เนคไทผูกเรียบกริบ ไม่เข้ากับบาร์ยุ่งเหยิงนี่เลยสักนิด
"บ้านคุณอยู่ไหน" เขาเห็นเธอไม่ตอบสนอง จึงถามซ้ำ "ผมไปส่งคุณกลับบ้าน"
เสิ่นชิงอวี๋จ้องมองเขาสักพัก แล้วจู่ๆ ก็หัวเราะขึ้นมา
"คุณน่ะใครกัน" เธอว่า ลิ้นพันกันนิดหน่อย "ฉันอยู่ที่ไหน ต้องบอกคุณด้วยเหรอ"
เผยหวยจิ่นชะงักไป แล้วหัวเราะเย็น "งั้นคุณจะไปไหน"
เสิ่นชิงอวี๋ครุ่นคิด แล้วก็นึกไม่ออก
"ผมไปส่งคุณที่โรงแรมดีกว่า" เผยหวยจิ่นตัดสินใจ พลางพยุงเธอเดินออกไป
หน้าร้านจอดรถเบนท์ลีย์ มุลซานน์คันหนึ่งไว้ คนขับนั่งรออยู่ที่เบาะหน้า
เสิ่นชิงอวี๋ถูกจับยัดเข้าเบาะหลัง ชายหนุ่มขึ้นรถจากอีกฝั่งหนึ่ง แล้วนั่งข้างเธอ ในรถอบอุ่นมาก มีกลิ่นหนังจางๆ กับกลิ่นหอมซีดาร์
เธอพิงพนัก มองเขาด้วยหัวเอียง
"เมื่อกี้คุณพูดอะไรกับพวกนั้นน่ะ" เธอถาม "ทำไมพวกนั้นถึงยอมเดินออกไปง่ายๆ ล่ะ"
"ไม่มีอะไร" เผยหวยจิ่นตอบเรียบๆ "คุณไม่จำเป็นต้องรู้"
เสิ่นชิงอวี๋อึ้งไป แล้วเบ้ปาก
"เชอะ ไม่อยากบอกก็ช่าง"
เผยหวยจิ่นปรายตามองเธอเพียงเล็กน้อย เหมือนมองเด็กไม่รู้ความ
รถจอดที่หน้าโรงแรมแห่งหนึ่ง เผยหวยจิ่นลงรถ พยุงเธอออกมา แล้วบอกคนขับว่า "รอด้วย" จากนั้นพาเธอเข้าไปในล็อบบี้
"A single room. (ห้องเดี่ยวหนึ่งห้อง)" เขาพูดกับพนักงานต้อนรับ
เสิ่นชิงอวี๋พิงอยู่ด้านหนึ่ง มองเขาทำเรื่องเช็กอิน
เสร็จแล้ว เผยหวยจิ่นยื่นคีย์การ์ดให้เธอ "ขึ้นไปนอนให้เต็มที่ พรุ่งนี้ตื่นแล้วค่อยกลับบ้านเอง"
เสิ่นชิงอวี๋รับคีย์การ์ดมา แต่ไม่ขยับ "แล้วคุณล่ะ"
"ผมก็ไปน่ะสิ" เขาพูดจบก็หันหลังเดินไปทันที ไม่มีคำพูดเยิ่นเย้อใดๆ
เสิ่นชิงอวี๋มองตามหลังเขา ทันใดนั้นก็มีแรงกระตุ้นบางอย่างพลุ่งขึ้นมา
——คืนนี้เธอกะจะปล่อยตัวอยู่แล้ว
——คืนนี้เธอก็ไม่อยากเป็นเด็กดีอะไรอยู่แล้ว
เธอเดินตามไปสองก้าว แล้วยื่นมือคว้าปลายแขนเสื้อของเขาไว้
เผยหวยจิ่นหันกลับมา
"คุณหล่อ" เธอแหงนหน้ามองเขา เหล้าที่ดื่มในบาร์ตอนนี้มันเดือดพล่านอยู่ในเส้นเลือดไปหมด ทำให้เธอกล้าพูดสิ่งที่ปกติไม่มีทางพูดออกมาได้เด็ดขาด "คุณพาฉันมาเปิดห้อง ไม่ขึ้นไปกับฉันหน่อยหรือ"
คิ้วของเผยหวยจิ่นขมวดนิดหนึ่ง
"คุณเมาแล้ว" เขาพูด เสียงยังเรียบเรื่อยเหมือนเดิม "ผมไม่รู้ว่าบ้านคุณอยู่ที่ไหน ก็เลยพาคุณมาโรงแรม แค่นั้นแหละ"
"อ๋อ~" เสิ่นชิงอวี๋พยักหน้า แล้วเงยตามองตาเขา "งั้นตอนนี้ฉันชวนคุณขึ้นไปด้วยกัน จะไปไหม"
สีหน้าของเผยหวยจิ่นเปลี่ยนไปเล็กน้อยในที่สุด
ไม่ใช่ตกใจ ไม่ใช่หวั่นไหว แต่ดูเหมือน... สิ้นคิด
"โปรดสำรวมตนด้วย" เขาพูด
เสิ่นชิงอวี๋อึ้งไป แล้วก็ยิ้ม
"ทำเป็นมีฟอร์มไปได้" เธอปล่อยปลายแขนเสื้อเขา ถอยหลังไปก้าวหนึ่ง เอียงคอจ้องมองเขา "คุณพาฉันมาโรงแรม ก็เพื่อจะนอนกับฉันไม่ใช่รึไง"
เผยหวยจิ่นไม่พูดอะไร
"หรือว่า——" เธอจงใจลากเสียงยาว สายตาเลื่อนจากใบหน้าเขาลงต่ำ "คุณไม่ไหวหรือไง"
แววตาของเผยหวยจิ่นมืดลงชั่วขณะ
เสิ่นชิงอวี๋ยืดตัวขึ้นทันที ต่อหน้าเขา ถอดเสื้อคาร์ดิแกนขนแกะนอกออก โยนทิ้งบนพื้น
ข้างในเป็นเสื้อชั้นในสายเดี่ยวผ้าไหมแท้สีขาว ท่ามกลางแสงไฟในล็อบบี้โรงแรม บางเบาชั้นเดียว แทบปิดอะไรไว้ไม่ได้เลย
"พี่น่ะหุ่นดีจะตาย" เธอเดินเข้าไปก้าวหนึ่ง แนบชิดตรงหน้าเขา แหงนหน้ามองเขา "นอนกับฉัน คุณไม่เสียเปรียบหรอก"
คืนนี้เธอไม่อยากเป็นเด็กดีแล้ว
คืนนี้เธออยากทำอะไรที่ไม่เหมือนตัวเองสักครั้ง
ก่อนแต่งงาน ปล่อยตัวสักหน่อย ถือเป็นการวาดจุดสิ้นสุดให้ชีวิตเจ้ายศเจ้าอย่างตลอด 26 ปี
เธอเอื้อมมือไปปลดเนคไทของเขา
เผยหวยจิ่นไม่ขยับ
เธอถอดเนคไทของเขาออก แล้วปลดกระดุมสูทของเขาต่อ ตอนที่มือแตะเสื้อเชิ้ต จู่ๆ เขาก็ยกมือขึ้น กำข้อมือของเธอไว้
ฝ่ามือของเขาร้อนมาก
เสิ่นชิงอวี๋เงยหน้า สบตาของเขา
ดวงตาคู่นั้นลึกล้ำ ดั่งทะเลยามราตรี ผิวหน้าสงบนิ่ง แต่เบื้องล่างกลับมีบางอย่างกำลังพลุ่งพล่าน
"คุณแน่ใจนะ" เขาถาม เสียงเบาลงเล็กน้อย แหบพร่านิดหนึ่ง แต่ยังเป็นน้ำเสียงเรียบเรื่อยแบบเดิม
เสิ่นชิงอวี๋มองเขา หัวใจกระตุกวูบหนึ่ง
แต่เธอไม่ถอย
"แน่ใจสิ"
เสิ่นชิงอวี๋ไม่รู้ว่าตัวเองพูดคำว่า "แน่ใจสิ" ออกไปได้ยังไง
แอลกอฮอล์ยังเผาผลาญอยู่ในเส้นเลือด เผาจนสมองเธอว่างเปล่า เผาจนกล้าพูดทุกอย่าง กล้าทำทุกอย่าง
เผยหวยจิ่นมองเธออยู่นานมาก นานจนเสิ่นชิงอวี๋คิดว่าเขาคงจะทิ้งเธอไว้ตรงนี้แล้ว
แล้วเขาก็ขยับ
เขาปล่อยข้อมือของเธอ ถอยหลังไปหนึ่งก้าว
ใจเสิ่นชิงอวี๋หล่นวูบ——เขาจะไปแล้วจริงๆ
แต่เธอยังไม่ทันได้ผิดหวัง ก็เห็นเขาก้มตัวลง
เขาเก็บเสื้อคาร์ดิแกนขนแกะบนพื้นขึ้นมา สะบัดเบาๆ แล้วคลุมลงบนไหล่ของเธอ ท่วงท่าแผ่วเบา ราวกับทำพอเป็นพิธี หรือเหมือนเป็นความอดทนบางอย่างที่เธอไม่เข้าใจ
"ใส่ไว้เถอะ" เขาพูด
เสิ่นชิงอวี๋งุนงง "หือ"
"คุณไม่หนาวรึไง" เขาพูด น้ำเสียงยังเรียบเรื่อยเหมือนเดิม
เสิ่นชิงอวี๋ก้มลงรวบเสื้อคาร์ดิแกนที่ไหล่ แล้วเงยหน้ามองเขาอีกครั้ง
เขาหันหลังเดินไปที่เคาน์เตอร์แล้ว
"ขอเปลี่ยนห้องเดี่ยวเมื่อกี้" เขาพูดกับพนักงานต้อนรับ เสียงไม่ดัง แต่แต่ละคำชัดเจน "เป็นห้องเตียงใหญ่ครับ พักสองคน"
พนักงานต้อนรับสาวผมทองคนนั้นงงไปครู่หนึ่ง สายตามองเลยเขาไปยังเสิ่นชิงอวี๋ แล้วเก็บกลับมา เผยรอยยิ้มเข้าใจความหมาย
"ได้ค่ะ คุณผู้ชาย รอสักครู่นะคะ"