ไม่ใช่ล่ะ! ฉันดันนอนกับคู่หมั้นของฉันเอง

บทที่ 1 เมื่อคืนทำอะไรลงไป

6 นาที· 1.3K คำ
เนื้อหาถูกแปลด้วย AI และขัดเกลาโดยผู้มีประสบการณ์ด้านการแปลเรียบร้อยแล้ว

บทที่ 1 เมื่อคืนทำอะไรลงไป

“อย่าทำอีกเลย… ฉันไม่เอาแล้ว…”

“ตอนนี้ค่อยบอกว่าไม่เอา มันสายไปแล้ว”

“เชื่อฟังหน่อย อีกครั้งหนึ่งนะ…”

เสิ่นชิงอวี๋ถูกแสงจ้าปลุกให้ตื่น

เธอหลับตาพลิกตัว อยากเอาหน้าซบหมอนหลบแสง แต่กลับได้กลิ่นแปลกๆ

ไม่ใช่กลิ่นน้ำยาซักผ้ากลิ่นลาเวนเดอร์ที่เธอใช้ประจำในอพาร์ตเมนต์

เป็นกลิ่นหอมของไม้ซีดาร์แปลกตา

เธอลืมตาขึ้นอย่างรวดเร็ว

ภาพที่เห็นคือความขาวโพลนไปหมด—ชุดเครื่องนอนสีขาว ผนังสีขาว แสงแดดแคลิฟอร์เนียที่ลอดเข้ามาทางรอยม่านสีขาว สว่างเสียจนแสบตา

นี่ไม่ใช่ห้องของเธอ

เธอรีบดันตัวลุกขึ้นนั่ง ผ้าห่มไหลลงจากไหล่ ความเย็นวาบสัมผัสผิว เธอก้มมองแล้วร่างทั้งร่างก็แข็งค้าง

เธอไม่มีเสื้อผ้าสวมเลย

ไม่มีแม้แต่ชิ้นเดียว

รอยพวกนั้นบนตัวยิ่งเห็นชัดในแสงยามเช้า—ใต้กระดูกไหปลาร้ามีรอยแดงหลายจุด ด้านข้างเอวมีรอยจ้ำสีเขียวเป็นรูปนิ้วมือ ยังมีความเมื่อยขบที่บอกไม่ถูกไม่ทั่วร่าง

ลมหายใจของเสิ่นชิงอวี๋หยุดไปชั่วขณะ

พระเจ้า! ตอนนี้เธออยู่ที่ไหน? เมื่อคืนทำอะไรลงไป?!

เสิ่นชิงอวี๋เริ่มปวดหัว เป็นความปวดที่เสียบจากขมับทะลุไปถึงท้ายทอยเหมือนมีใครเอาเหล็กแหลมมาเจาะ

เธอบังคับให้ตัวเองเริ่มนึกถึงเรื่องเมื่อวาน…

เมื่อคืนเธอไปซื้อเมาที่บาร์ เพราะแม่ของเธอให้กลับประเทศไปแต่งงานคลุมถุงชน

ยี่สิบหกปีมานี้ เสิ่นชิงอวี๋ไม่เคยเข้าร้านเหล้า

เธอเป็นลูกสาวเรียบร้อยในสายตาทุกคน เป็นลูกสาวคนเดียวของครอบครัวนักกฎหมาย ตั้งแต่เล็กเรียนดีมาตลอด จนเรียนจบปริญญาเอกกฎหมายจากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด

เส้นทางชีวิตของเธอชัดเจนราวกับใช้ไม้บรรทัดขีดเส้นตรง ไม่เคยเบี่ยงเบน ไม่เคยมีเหตุไม่คาดฝัน

แต่ถ้าเธอถูกลิขิตให้เป็นเครื่องมือของการแต่งงานคลุมถุงชน อย่างน้อยที่สุดก่อนที่จะกลายเป็นเครื่องมือ เธอจะทำอะไรสักอย่างที่ไม่เหมือนตัวเอง

บาร์เทนเดอร์มองเธอด้วยสายตาแปลกๆ คงไม่เคยเห็นผู้หญิงใส่เสื้อคาร์ดิแกนขนแกะมาบาร์มาก่อน เสิ่นชิงอวี๋ไม่สนใจ เงยหน้าดื่มของเหลวหวานเลี่ยนแก้วนั้นหมดรวด ยกมือเรียกอีกแก้ว

สองแก้ว

สามแก้ว

เธอจำไม่ได้ว่าดื่มไปกี่แก้ว จำได้เพียงว่าไฟในร้านเลือนรางลงเรื่อยๆ แล้วก็มีคนมาดึงแขนเธอ

“Hey, pretty girl, you look lonely.” (เฮ้ สาวสวย เธอดูเหงานะ)

ชายผมทองคนหนึ่ง ร่างกายอบอวลด้วยกลิ่นโคโลญจน์ฉุนๆ ข้างๆ ยังมีเพื่อนอีกสองคนที่ท่าทางไม่ประสงค์ดี พวกเขากระชากข้อมือเธอ แรงมากจนเธอสะบัดไม่หลุด

“Come with us, we’ll have some fun.” (มากับพวกเรา สนุกแน่)

สมองของเสิ่นชิงอวี๋เบลอ แต่สัญชาตญาณทำให้เธอเริ่มดิ้นรน

“No! Let go of me!” (ไม่! ปล่อยฉันนะ!)

บาร์เทนเดอร์ทำเป็นไม่เห็น คนอื่นในบาร์สังเกตเห็นความวุ่นวาย แต่สายตาก็กวาดผ่านเธอแล้วมองไปทางอื่น เพิกเฉย

เธอถูกลากออกไป ประตูบาร์อยู่ใกล้ขึ้นทุกที ลมหนาวพัดเข้ามาทางช่องประตู จู่ๆ เธอก็สร่างขึ้นมาชั่วขณะ

ไม่มีทางออกไปข้างนอกเด็ดขาด

ถ้าออกไปก็จบกัน

“Help!” เธอตะโกนสุดเสียง เสียงของเธอบางเบาเหลือเกินในเสียงเพลงที่อึกทึก

เผยหวยจิ่นไม่ชอบยุ่งเรื่องของคนอื่น

คืนนี้เขาเพิ่งเสร็จจากการกินเลี้ยงกับคู่ค้า งานสังคมจบลง ฝ่ายตรงข้ามเสนอว่า “เปลี่ยนที่นั่งต่อ” เขาปฏิเสธ แต่ยังไม่อยากกลับโรงแรม จึงเดินเข้าร้านนี้ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากร้านอาหาร

แค่อยากนั่งพักเงียบๆ

ค่ำคืนของซานฟรานซิสโกไม่เหมือนจิงเป่ย ความวุ่นวายที่นี่ช่างแปลกตา ในบาร์ลอยคลุ้งไปด้วยกลิ่นน้ำหอมราคาถูก ดนตรีกระหน่ำจนขมับปวด เขานั่งที่มุมบาร์ สั่งวิสกี้หนึ่งแก้ว จิบช้าๆ สายตามองผู้คนไปเรื่อยเปื่อยอย่างไร้จุดหมาย

แล้วเขาก็เห็นผู้หญิงคนนั้น

เธอนั่งตามลำพังที่อีกฝั่งของบาร์ ใส่เสื้อคาร์ดิแกนขนแกะคุณภาพดี แตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับพวกผู้หญิงนุ่งสายเดี่ยวเลื่อมรอบข้าง แก้วเหล้าตรงหน้าเธอว่างเปล่าไปหลายแก้ว บาร์เทนเดอร์มองเธอด้วยแววตาสนุกสนาน คล้ายกำลังมองกระต่ายน้อยที่หลงเข้ามาในป่า

เผยหวยจิ่นละสายตากลับ

ไม่ใช่เรื่องของเขา

เขาจิบเหล้าอีกคำ

เมื่อเงยหน้าขึ้นอีกที รอบตัวผู้หญิงคนนั้นก็มีคนเพิ่มมาสามคน ผมทอง ร่างกำยำ ยิ้มเจ้าเล่ห์

ผู้หญิงคนนั้นกำลังดิ้นรน

เผยหวยจิ่นวางแก้วเหล้าลง

ไม่ใช่เรื่องของเขา เขาบอกตัวเองอีกครั้ง

แต่ตอนที่ผู้หญิงคนนั้นถูกลากออกไป เขาหันไปมอง

แค่มองครั้งเดียว ทะลุผ่านฝูงชน ทะลุผ่านแสงไฟ ทะลุผ่านใบหน้าที่เย็นชาแสร้งทำเป็นไม่เห็น เขาสบตาเธอพอดี

วินาทีนั้น เผยหวยจิ่นมองเห็นแววตาของเธอชัดเจน

บริสุทธิ์ หวาดกลัว ราวกับสัตว์ตัวน้อยที่ถูกต้อนจนมุม กำลังร้องขอความช่วยเหลือ

เขาลุกขึ้นยืน

กว่าจะรู้ตัวอีกที เขาก็ยืนขวางหน้าสามคนนั้นแล้ว ผู้หญิงถูกเขาดึงมาหลบข้างหลัง มือหนึ่งประคองเอวเธอไว้

“She’s with me.” (เธอมากับผม)

เสิ่นชิงอวี๋เงยหน้าขึ้น เห็นเพียงใบหน้าด้านข้างของผู้ชายคนหนึ่ง—แนวกรามคมคาย คิ้วตาเย็นชา สวมเสื้อโค้ทดำที่มองไม่ออกว่ายี่ห้อแต่ดูออกว่าแพง

สามคนนั้นอึ้งไปวินาทีหนึ่ง แล้วหัวหน้าพวกเขาก็ยิ้ม เห็นฟันเหลืองๆ ที่ถูกคราบบุหรี่กัด

“Hey man, she’s not with anyone. We saw her first.” (เฮ้ พ่อหนุ่ม เธอไม่ได้มากับใคร พวกเราเห็นก่อน)

เผยหวยจิ่นไม่พูดอะไร เอาแต่มองพวกเขา

สายตาแบบนั้น เขาใช้มานับครั้งไม่ถ้วนบนโต๊ะเจรจา ไม่โกรธแต่ก็น่าเกรงขาม กดดันจนคู่ค้าที่ผยองที่สุดต้องลดข้อเรียกร้องลงสามเปอร์เซ็นต์

แต่นี่คือซานฟรานซิสโก สามคนนี้ไม่กลัว

“Listen,” (ฟังนะ) หัวหน้าพวกเขาก้าวเข้ามาหนึ่งก้าว มือวางบนไหล่ของเผยหวยจิ่น “mind your own business, or you’ll regret it.” (อย่ายุ่งเรื่องของคนอื่น ไม่งั้นจะเสียใจ)

เผยหวยจิ่นก้มมองมือนั้น แล้วเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าอันน่าขยะแขยงนั้น

“I am the CEO of the Pei Group.” (ผมคือประธานกรรมการบริหารของกลุ่มเป่ยซื่อ) เขาพูด เสียงไม่ดัง ออกเสียงชัดเจน แฝงด้วยความมั่นใจแต่กำเนิด “I assume you’ve heard of it.” (ผมว่าพวกคุณคงเคยได้ยิน)

สีหน้าของสามคนนั้นเปลี่ยนไป

กลุ่มเป่ยซื่อมีธุรกิจทั่วโลก ในใจกลางเมืองซานฟรานซิสโกก็มีตึกสำนักงานที่ใช้ชื่อ ‘Pei’

“If you don't want to cause trouble,” (ถ้าไม่อยากมีปัญหา) เผยหวยจิ่นพูดต่อ จังหวะช้า เสียงเย็นชา “get lost.” (ก็ไสหัวไป)

พวกเขาไม่ใช่พวกอันธพาลข้างถนนที่ไม่รู้เรื่องรู้ราว พวกเขารู้ว่ามีคนบางประเภทที่ยั่วยุไม่ได้ มีปัญหาบางอย่างที่ติดตัวแล้วสลัดไม่หลุด ผู้ชายตรงนี้สวมเสื้อโค้ทกับสูทที่มองไม่ออกว่ายี่ห้อแต่ดูออกว่าแพง นาฬิกาบนข้อมือมีค่าพอซื้ออพาร์ตเมนต์เล็กๆ ในซานฟรานซิสโกได้หนึ่งห้อง ทุกถ้อยคำที่พูดออกมาล้วนมีน้ำเสียงว่า ‘ฉันทำให้พังพินาศได้’

หัวหน้าพวกเขาชักมือกลับอย่างเก้อเขิน ถอยหลังไปหนึ่งก้าว

“Alright, alright.” (ก็ได้ ก็ได้)

หัวหน้าพวกเขาพาลูกน้องอีกสองคนเดินจากไป

เนื้อหานี้ได้รับการคุ้มครอง ไม่อนุญาตให้พิมพ์ อ่านต่อได้ที่ BaoNovel.com