จริง ๆ แล้วไม่ถึงครึ่ง ส่วนที่เสียหายหนักที่สุดก็คือทะเลสาบเย็นเยือกของถานสุยถิง
[จบเห่แล้ว มีคนหาเรื่องแน่]
[ตัวป่วนโดยแท้ ไปสำนักไหนก็ทำเอาเฒ่าในสำนักนั้นตายทั้งเป็น]
[ไม่ไหวแล้วจริง ๆ]
ถานสุยถิงยืนอยู่ข้าง ๆ สีหน้าสงบนิ่ง “ท่านอาจารย์ ทะเลสาบเย็นเยือกของข้า…”
จริง ๆ ก็ไม่ได้เป็นอะไรมาก
“หุบปาก” เฟิงจี๋หลานไม่ยอมแม้แต่จะชำเลืองตา “นั่นคือทรัพย์สินของสำนัก ไม่ใช่เจ้าจะว่าอย่างไรก็ได้”
ถานสุยถิง อ้อ
แต่ทะเลสาบเย็นเยือกนั้นดูเหมือนจะเป็นสิ่งที่เสด็จพ่อให้คนมาสร้างขึ้นใหม่นะ
เฟิงจี๋หลานหันไปมองก้อนถ่านตรงหน้า “เจ้าจะว่าอย่างไร”
เซี่ยเว่ยซิ่งมุมปากกระตุก “… ข้าทำงานใช้หนี้ให้พวกท่านได้หรือไม่”
“ทำงาน?” เฟิงอวี้เอนกายพิงพนักเก้าอี้ เท้าคาง มองอย่างสนใจ “เจ้าทำอะไรเป็นบ้าง”
“เอ่อ” เซี่ยเว่ยซิ่งครุ่นคิดอย่างจริงจังอยู่ครู่หนึ่ง
เสิ่นชุนรื่อที่อยู่ข้าง ๆ เห็นเขาคิดอย่างยากลำบากก็ทนดูไม่ไหว เอ่ยปากให้แรงบันดาลใจ “เจ้าหลอมยาเป็นหรือไม่”
เซี่ยเว่ยซิ่งส่ายหน้า
เนี่ยเจา “แล้ววาดยันต์ล่ะ”
เซี่ยเว่ยซิ่งส่ายหน้า
ถานสุยถิง “ซ้อมคู่?”
นึกถึงตอนที่ระบบพูดรัว ๆ ออกมาราวกับอ่านรายการอาหาร ถึงแท็กของพวกเทพโกงทั้งหลาย อะไรที่ว่าฝึกปราณได้ตอนเก้าขวบ สร้างรากฐานตอนสิบขวบ แล้วก็เป็นรากไฟขั้นสุดยอดอีก เขาหนังศีรษะชาไปหมด
ส่ายหน้า
ชีวิตของเขายังมีประโยชน์อยู่ ไม่มีหน้าที่ต้องไปเป็นกระสอบทราย ไม่มีรสนิยมเป็นเอ็ม
“เจ้านี่ไม่เป็นอะไรเลย” เฟิงอวี้หัวเราะ แววตาแฝงความหมายลึกซึ้ง “แล้วจะเอาอย่างไรดี”
เซี่ยเว่ยซิ่งตีรวน “ข้าไม่รู้สิ พวกท่านสำนักเฟิงหัวยิ่งใหญ่กิจการกว้างใหญ่จะไม่ถือสาเรื่องเล็กน้อยของข้า…”
