“ดูเหมือนสายตาของข้าจะไม่เลวเลย”
หลี่ฉางชิงลูบหนวดเคราอย่างพึงพอใจ
ถ้าไม่ได้เห็นกับตาว่าเสี่ยวเฉินสวมหนังมนุษย์เข้าไป เขาคงสงสัยแล้วว่าคนที่ยืนอยู่ตรงหน้านี้ใช่เฉินเสวียนเป่ยตัวจริงหรือไม่
มองเพียงแวบเดียวก็เห็นว่าเสี่ยวเฉินกับหนังมนุษย์แนบสนิทกัน ราวกับตัดเย็บมาเพื่อร่างนี้โดยเฉพาะ
ช่างเป็นบุญของข้าจริง ๆ!
“จริงสิ ยังต้องจัดการกลิ่นอายของเจ้าอีกหน่อย”
หลี่ฉางชิงหยิบผ้าคาถาออกมาหนึ่งแผ่น
เขาหลับตาปรับลมหายใจครู่หนึ่ง จากนั้นโยนผ้าคาถาขึ้นกลางอากาศ มือทั้งสองร่ายมุทราอย่างรวดเร็ว พลางท่องคาถาพึมพำไม่หยุด
“ดวงวิญญาณเอ๋ย จงคืนมา เศษวิญญาณเอ๋ย จงเข้าสู่ความว่างเปล่า อาศัยวิชาอันวิเศษของข้า ช่วยเจ้าให้บรรลุเซียน...”
เฉินเสวียนเป่ยจุปาก พลางมองหลี่ฉางชิงแสดงวิชาอย่างเพลิดเพลิน
นี่คือการแสดงสุดฝีมือของเจ้าเมืองตงหยางเชียวนะ!
ตอนยังมีชีวิตเขาไม่มีโอกาสได้ชม พอตายแล้วกลับได้เห็นเสียอย่างนั้น
แสงสีทองส่องวูบวาบไปทั่วเรือนถ้ำ ไม่นานกลิ่นอายปีศาจบนร่างเฉินเสวียนเป่ยก็สลายไปจนหมดสิ้น
มองดูแล้วไม่ต่างจากมนุษย์ธรรมดาเลยแม้แต่น้อย
ต่อให้ผู้สำเร็จแก่นทองมาเห็น ก็คงดูร่องรอยปีศาจไม่ออกแม้แต่นิดเดียว
หลี่ฉางชิงหยุดมือ
เขากวาดตามองเฉินเสวียนเป่ยตั้งแต่หัวจรดเท้า ยิ่งมองก็ยิ่งพอใจ “ไม่เลว ตอนนี้เหมือนขึ้นกว่าเดิมแล้ว”
เฉินเสวียนเป่ยในตอนนี้ ต่อให้ผู้อาวุโสใหญ่แห่งตระกูลเฉินมาเห็น ก็ไม่มีทางมองออกถึงพิรุธแม้แต่น้อย
ทั้งหมดนี้ต้องยกความดีความชอบให้สายตาอันเฉียบแหลมของเขา
เจ้าใหญ่เฮย์ซานเอ่ยอย่างร้อนใจ “เมื่อไรจะส่งเขาไปเมืองตงหยาง”
หลี่ฉางชิงส่ายหน้า ยิ้มพลางกล่าวว่า “อย่าเพิ่งรีบร้อน เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีข้อผิดพลาด เขายังต้องเรียนรู้อีกสักหน่อย”
พูดจบ เขาก็ล้วงสมุดเล่มหนึ่งออกจากแขนเสื้อ แล้วยื่นให้เฉินเสวียนเป่ย
นี่คืออะไร?
เฉินเสวียนเป่ยรับสมุดมา แววตาเต็มไปด้วยความสงสัย
หลี่ฉางชิงแนะนำอย่างไม่รีบร้อน
“นี่คือวิชากระบี่สืบทอดของตระกูลเฉิน ‘กระบี่เก้าสายพลัง’”
“นอกจากนี้ยังมีข้อมูลโดยละเอียดเกี่ยวกับเฉินเสวียนเป่ย ทั้งนิสัยในชีวิตประจำวัน ความสัมพันธ์กับผู้คน และอื่น ๆ”
“ข้าไม่สนว่าเจ้าจะใช้วิธีใด แต่ต้องจำทุกอย่างให้ได้ภายในสามวัน”
กระบี่เก้าสายพลัง!
เฉินเสวียนเป่ยเบิกตากว้าง ไอ้เฒ่าเจ้าเล่ห์นี่ ถึงกับเอาวิชากระบี่สืบทอดของตระกูลเฉินข้ามาได้ด้วย!
แต่เดี๋ยวก่อน ของแบบนี้ยังต้องท่องจำด้วยหรือ?
จะสอบข้าตอนนี้เลยก็ได้ ตอบผิดสักข้อ ข้าจะยืนกลับหัวถ่ายอุจจาระให้ดู!
เฉินเสวียนเป่ยแทบจะหลุดปากพูดออกไปแล้ว
แต่โชคดีที่เขายั้งปากไว้ได้ทัน กลืนคำพูดลงคอแล้วเปลี่ยนเป็น “ขอรับ ท่าน”
หลี่ฉางชิงสะบัดแขนเสื้อ
“วันนี้พอแค่นี้ อีกสามวันข้าจะมารับเจ้า...”
เจ้าใหญ่เฮย์ซานยังไม่ทันได้รั้งไว้ ภายในเรือนถ้ำก็พลันเกิดลมกระโชกแรง ร่างของหลี่ฉางชิงหายวับไปในพริบตา
สายตาของเจ้าใหญ่เฮย์ซานเลื่อนไปหยุดที่เฉินเสวียนเป่ย
ดวงตาเสือเบิกกว้าง
“กลับไปท่องให้ดี ภายในสามวันถ้าจำไม่ได้ ข้าจะกลืนเจ้าลงท้อง!”
ถ้าเป็นคนอื่นพูดแบบนี้ ก็คงแค่ขู่ให้กลัว
แต่เจ้าใหญ่เฮย์ซานไม่เหมือนใคร คำว่ากลืนของนางหมายถึงกลืนจริง ๆ ตามตัวอักษร
“เฮ้อ ปีศาจระดับต่ำไม่มีสิทธิมนุษยชนเลยหรือไร!”
เฉินเสวียนเป่ยถอนหายใจยอมรับชะตา แล้วถือสมุดเดินออกไปเงียบ ๆ
ภรรยาเดินตามหลังเฉินเสวียนเป่ยอย่างว่าง่าย ราวกับหางเล็ก ๆ ที่คอยก้าวตามไม่ห่าง
ครู่ต่อมา
เฉินเสวียนเป่ยกับภรรยาก็เดินกลับมาถึงเรือนถ้ำของตน คนหนึ่งเดินนำ อีกคนเดินตาม
เพิ่งก้าวเข้าเรือนถ้ำ เฉินเสวียนเป่ยก็หันกลับมา จ้องภรรยาตาไม่กะพริบ
ภรรยากะพริบดวงตางดงาม แล้วหยุดนิ่งไม่ไหวติง
“เฮ้อ ภรรยาสวยขนาดนี้...”
“น่าเสียดายที่เป็นใบ้”
เฉินเสวียนเป่ยทำหน้าเสียดาย ยื่นมือไปบีบแก้มนวลผุดผ่องตรงหน้า
ภรรยาไม่หลบ ปล่อยให้เฉินเสวียนเป่ย “รังแก” ตามใจ
ดวงตางามดั่งสายน้ำในฤดูใบไม้ร่วงมองเฉินเสวียนเป่ยอย่างอ่อนโยน ใบหน้าเต็มไปด้วยความรักและเอ็นดู ราวกับจะไม่มีวันโกรธ
“แค่ก”
เฉินเสวียนเป่ยชักมือที่ทำเรื่องไม่ดีกลับมาอย่างไม่แสดงอาการ ปลายนิ้วยังหลงเหลือกลิ่นหอมประจำกายของภรรยา
พูดตามตรง หากไม่นับเรื่องที่เป็นใบ้ ภรรยาของเขาก็สมบูรณ์แบบจริง ๆ!
สมบูรณ์แบบจนชวนให้รู้สึกไม่จริง
ทั้งสวย อ่อนโยน ว่าง่าย เชื่อฟัง แถมยังให้ความร่วมมือบนเตียงเป็นอย่างดี แทบจะตรงกับทุกจินตนาการที่เฉินเสวียนเป่ยมีต่อคู่ชีวิต
แต่ติดตรงที่ภรรยาไม่ใช่มนุษย์!
เฉินเสวียนเป่ยมองภรรยาด้วยสีหน้าซับซ้อน
ภรรยาเป็นใครกันแน่?
เหตุใดถึงตามเขามา?
เหตุใด...มีเพียงเขาที่มองเห็นภรรยา?
ในหัวของเฉินเสวียนเป่ยยุ่งเหยิงราวกับโจ๊ก คิดไม่ออกสักอย่าง
ตอนนี้สิ่งเดียวที่แน่ใจได้คือ ภรรยาไม่มีเจตนาร้าย ตรงกันข้าม ยังเชื่อฟังเขาทุกอย่าง
“ช่างเถอะ คิดไม่ออกก็ไม่ต้องคิด”
“ไปนอนดีกว่า”
เฉินเสวียนเป่ยส่ายหน้า
แต่เขาเพิ่งเอนตัวลงบนเตียง ก็เห็นภรรยาเริ่มถอดเสื้อผ้า
เฉินเสวียนเป่ยตกใจจนแทบเด้งตัวขึ้นมา กลืนน้ำลายแล้วถามเสียงสั่นว่า “เจ้า...เจ้าจะทำอะไร?”
ภรรยาหยุดมือ มองเฉินเสวียนเป่ยด้วยสีหน้างุนงง
เฉินเสวียนเป่ยถอนหายใจอย่างจนปัญญา
“ที่ข้าบอกว่าจะนอน หมายถึงนอนจริง ๆ ไม่ใช่แบบที่เจ้าคิด”
ภรรยากะพริบตา คล้ายไม่เข้าใจว่าการนอนจริง ๆ คืออะไร
มุมปากเฉินเสวียนเป่ยกระตุกเล็กน้อย
“ถ้าเจ้าเบื่อจริง ๆ ก็อ่านหนังสือไป”
เขาโยนสมุดที่หลี่ฉางชิงทิ้งไว้ให้ภรรยา
อย่างไรเสียของสิ่งนี้เขาก็ไม่ได้ใช้ ภรรยาจะทำอะไรก็แล้วแต่นาง
“มีอะไรไม่เข้าใจก็รอข้าตื่นแล้วค่อยสอน”
กระบี่เก้าสายพลังมีทั้งหมดเก้าขั้น เขาฝึกฝนจนถึงขั้นที่หกแล้ว มองไปทั่วตระกูลเฉิน ก็มีเพียงผู้อาวุโสใหญ่เท่านั้นที่เหนือกว่าเขา
ชี้แนะมือใหม่สักคน จะยากเย็นอะไรนักหนา?
พูดจบ เฉินเสวียนเป่ยก็ไม่สนว่าภรรยาจะตอบสนองอย่างไร หลับตานอนทันที
เมื่อคืนต่อสู้กันดุเดือดเกินไป เขาอยากพักสักหน่อย
แต่พอหลับตาลง ก็ได้ยินเสียงพลิกหน้ากระดาษดังซู่ซ่า
เขาลืมตาขึ้นมอง เห็นภรรยาถือสมุดอยู่ในมือ พลิกหน้าอย่างรวดเร็วไม่หยุดแม้แต่วินาทีเดียว
เฉินเสวียนเป่ยทั้งขำทั้งจนใจ
“ภรรยา หนังสือไม่ได้อ่านแบบนั้น...เชี่ย!”
ยังพูดไม่ทันจบ ก็เห็นภรรยาเงยหน้าขึ้น แสงสีทองเจิดจ้าพุ่งออกมาจากดวงตา
เฉินเสวียนเป่ยไม่ทันตั้งตัว ถูกแสงทองพุ่งเข้าตาเต็ม ๆ
ตูม!
ชั่วพริบตา กระแสข้อมูลมหาศาลก็หลั่งไหลเข้าสู่สมองของเฉินเสวียนเป่ยดุจน้ำป่าทะลัก
กระบี่เก้าสายพลังขั้นหนึ่ง ขั้นสอง ขั้นสาม...
จนถึงขั้นเก้า!
ในขณะนี้ เฉินเสวียนเป่ยรู้สึกราวกับได้ฝึกฝนวิชานี้มานับแสน นับล้านครั้งในพริบตา
ความเข้าใจทั้งหมดสลักลงในกล้ามเนื้อ หลอมรวมเข้าไปในกระดูก
แม้แต่วิญญาณก็ยังแผ่กลิ่นอายคมกริบออกมา
เจตจำนงกระบี่พลุ่งพล่าน!
“หนึ่งกระบี่เก้าเงา เจตจำนงกระบี่ขั้นบรรลุ นี่คือสัญลักษณ์ของกระบี่เก้าสายพลังขั้นเก้างั้นหรือ?”
เฉินเสวียนเป่ยรู้สึกมึนงงไปชั่วขณะ
ให้ความรู้สึกราวกับกำลังฝัน ไม่สมจริงเอาเสียเลย
เขาฝึกกระบี่เก้าสายพลังมาสิบสองปี เพิ่งก้าวข้ามธรณีขั้นหกมาได้อย่างยากลำบาก
แต่ตอนนี้ เพียงพริบตาเดียวก็ฝึกจนถึงขั้นเก้าแล้ว
แสงสีทองในเรือนถ้ำค่อย ๆ สลายไป ทุกสิ่งกลับคืนสู่ความสงบ ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
เฉินเสวียนเป่ยได้สติกลับมา แล้วหันไปมองภรรยา
บนใบหน้าของภรรยายังคงมีรอยยิ้มอ่อนโยน มือยังถือสมุดเล่มที่อ่านจบแล้วอยู่
ราวกับว่าแสงสีทองเมื่อครู่เป็นเพียงภาพลวงตาของเฉินเสวียนเป่ย
แต่เฉินเสวียนเป่ยรู้ดีว่านั่นไม่ใช่ภาพลวงตา เพราะเขาเห็นกับตาว่าแสงสีทองนั้นพุ่งออกมาจากดวงตาของภรรยา
ภรรยาเพียงมองสมุดแวบเดียว ก็เข้าใจวิชากระบี่เก้าสายพลังอย่างครบถ้วน
แถมยังถ่ายทอดให้เขาได้ในพริบตา
“หรือว่า...นี่ต่างหากคือวิธีใช้ภรรยาให้ถูกต้อง?”
เฉินเสวียนเป่ยตกตะลึงจนพูดไม่ออก
