ภายในห้องโถงใหญ่ที่ก่อนหน้านี้ยังมีเสียงอึกทึกครึกโครม บัดนี้กลับเงียบสนิทราวกับไร้ผู้คน
ไม่ว่าเสิ่นเจ๋อเหวินจะไปที่ไหนก็เป็นจุดสนใจ มีคนนับไม่ถ้วนอยากพูดคุยด้วยแต่กลับไม่มีโอกาสเอื้อนเอ่ย นับประสาอะไรกับการเป็นฝ่ายให้เสิ่นเจ๋อเหวินยกแก้วให้ก่อน
สายตามากกว่าร้อยคู่ที่เปี่ยมด้วยความประหลาดใจและอิจฉาต่างจับจ้องมา มองเห็นคนที่พิงกำแพงอยู่ค่อย ๆ ยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มสบาย ๆ ก่อนจะยืดตัวตรงขึ้นช้า ๆ
"พี่เสิ่น นี่นายกำลังช่วยปกป้องฉันอยู่เหรอ" เสียงของลู่ฉือเบาจนมีเพียงพวกเขาสองคนเท่านั้นที่ได้ยิน
เสิ่นเจ๋อเหวินถามกลับ "ว่าไงล่ะ"
ลู่ฉือสบตากับเสิ่นเจ๋อเหวิน ในดวงตาของเสิ่นเจ๋อเหวิน เขามองเห็นเงาของตัวเอง
"ถ้าอย่างนั้นฉันก็ซาบซึ้งใจสุด ๆ เลย" ลู่ฉือยกมือขึ้น "ขอบคุณนายนะ หมดแก้ว"
พูดจบ เขาก็เงยหน้าขึ้น เสิ่นเจ๋อเหวินยังไม่ทันได้เอ่ยอะไร เขาก็ดื่มเหล้าในแก้วรวดเดียวจนหมด
วันนี้ลู่ฉือมาในชุดสูทสีขาวล้วนที่ตัดเข้ารูปพอดีตัว เนกไทสีฟ้าอ่อนช่วยเสริมแต้มสีอ่อนหวานได้อย่างเหมาะเจาะ เขาไม่พูดคุยซุบซิบกับใคร ไม่ยุ่งเกี่ยวกับการไล่ตามชื่อเสียงและผลประโยชน์ ยืนอยู่ตรงนี้ดูสะอาดสะอ้านจนรู้สึกแปลกแยก
ทว่ากริยาดื่มหมดแก้วนี้กลับคล่องแคล่วชำนาญยิ่ง รวดเดียวหมดโดยไม่แม้แต่จะกะพริบตา
เสิ่นเจ๋อเหวินจ้องมองลำคอขาวผ่องและลูกกระเดือกที่เคลื่อนไหวขึ้นลงของเขา "ดื่มเหล้าแบบนี้ไปเรียนมาจากใคร"
"หืม" ลู่ฉือเลียริมฝีปาก
จะไปเรียนมาจากใครได้อีกล่ะ ก็ฝึกฝนมาจากชาติก่อนน่ะสิ
แต่เขาจะบอกความจริงตรง ๆ ไม่ได้
"ไม่มีใคร ฉันเรียนรู้ด้วยตัวเองจนเก่ง พรสวรรค์ล้ำเลิศน่ะ"
คำยกย่องของเสิ่นเจ๋อเหวินไม่ต้องสงสัยเลยว่าเป็นการยืนยันต่อหน้าทุกคนว่าลู่ฉือคือที่หนึ่งของถ้วยอ้าวเฉียวครั้งนี้
"จะว่าไป เลือดเนื้อเชื้อไขก็คือเลือดเนื้อเชื้อไข ยีนหลอกกันไม่ได้"
"ถ้าเมื่อก่อนไม่ได้ถูกสลับตัว ฉันว่าเขาคงเก่งกาจพอ ๆ กับเสิ่นเจ๋อเหวินแล้วล่ะ"
