งานเลี้ยงฮาโลวีนผ่านไปไม่กี่วัน เสิ่นเจ๋อเหวินก็เข้าสู่ช่วงติดสัด
เขาถูกแยกตัวอยู่แต่ในตระกูลเสิ่น เสิ่นลั่วสวมหน้ากากอนามัยเข้ามาทำการตรวจให้เขา
“ฟีโรโมนของนายเข้มข้นมาก ช่วงติดสัดคราวนี้คงจะรุนแรงกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา ฉันจะฉีดยาระงับประสาทให้เข็มหนึ่งก่อนนะ”
ปลายเข็มแทงเข้าไปในเส้นเลือดสีฟ้าอ่อนตรงแขนท่อนใน แทบไม่รู้สึกอะไรเลย
เสิ่นเจ๋อเหวินก้มหน้าดูรูปที่ลู่ฉือส่งมาในมือถือ เป็นโจทย์ข้อหนึ่งที่ต้องใช้แคลคูลัสระดับมหาวิทยาลัยถึงจะแก้ได้
เสิ่นลั่วชำเลืองมองแวบหนึ่ง “ไม่ใช่ละมั้ง นายอยู่บ้านจะเสแสร้งอะไร ช่วงติดสัดยังดูโจทย์เลขอีก ไม่กลัวสมองพังหรือไง”
เสิ่นเจ๋อเหวินไม่ยอมเงยหน้า “ไม่ใช่ของฉัน”
เสิ่นเจ๋อเหวินกดแป้นพิมพ์ เสิ่นลั่วเหลือบเห็นชื่อเพื่อนด้านบนคือ L·S
“L S……” เสิ่นลั่วหรี่ตาลง “ที่แท้ก็ลู่ฉือนี่เอง”
เสิ่นลั่วอดนึกถึงข่าวซุบซิบของน้องชายแท้ ๆ ตัวเองช่วงนี้ไม่ได้ “ฉันเลื่อนเจอรูปพวกนายไปงานที่โรงเรียนนั่นล่ะ หน้ากากนั่นนายเป็นคนเลือกหรือเปล่า”
เห็นเสิ่นเจ๋อเหวินไม่พูดจา เสิ่นลั่วนึกว่าเขาเงียบคือยอมรับ อดไม่ได้ที่จะจับโต๊ะหัวเราะเยาะ
“เสิ่นเจ๋อเหวิน รสนิยมความงามของนายเมื่อไหร่ถึงได้แย่ขนาดนั้น ลายเส้นบนหน้ากากนั่นก็ไม่สมมาตรเลย ไม่รู้สึกหรือไงว่าพอใส่บนหน้ามันประหลาด ฉันไม่เข้าใจจริง ๆ ว่าพวกเด็ก ๆ ในโรงเรียนนายเห็นหน้ากากรุ่นเดียวกันที่อัปลักษณ์ขนาดนี้แล้วจินตนาการเนื้อหาออกมาได้ตั้งมากมายได้ยังไง ฮ่า ๆ……”
เสิ่นเจ๋อเหวิน “ลู่ฉือเลือก”
“ฮะ……”
เสียงหัวเราะอย่างไม่ออมมือของเสิ่นลั่วค่อย ๆ หยุดลง เธอเม้มริมฝีปาก ดันแว่น แล้วโยนสำลีที่ใช้แล้วลงถังขยะ
“ถ้าดูดี ๆ จริง ๆ ก็อัปลักษณ์แบบน่ารักนะ
“ศิลปะชั้นสูงแบบนี้ต้องใช้ใจสัมผัส มองแวบแรกต้องดูไม่ออกอยู่แล้ว
“คนออกแบบมีรสนิยมใช้ได้”
เสิ่นลั่วไม่เคยโจมตีใครนอกจากเสิ่นเจ๋อเหวินมาตลอด เรื่องนี้เสิ่นเจ๋อเหวินชินแล้ว สายตาเหยียดหยามสักแวบหนึ่งก็ยังขี้เกียจให้
