ติงเหว่ยฟังก็รู้ว่าลู่ฉือกำลังพูดจาเหลวไหลอีกแล้ว น้ำหอมอะไรจะขายแพงขนาดนั้น ปล้นชัด ๆ
แต่สภาพอากาศข้างนอกดูท่าจะไม่สู้ดี ติงเหว่ยเลยไม่ได้ซักถามต่อ พอเสิ่นเจ๋อเหวินบอกว่าใกล้จะดึกแล้วควรกลับได้แล้ว ก็รีบแยกย้ายกลับบ้านกัน
ลู่ฉือคิดว่าที่เขากับเสิ่นเจ๋อเหวินถูกพี่สาวคนนั้นเข้าใจผิดก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่ เธอคงเอาไปเล่าให้เพื่อนสนิทฟังบ้าง คงไม่มีใครเชื่อจริงจังหรอก
ไม่คิดเลยว่าเรื่องนี้ภายหลังไม่รู้ว่าใครเอาไปแพร่ในกรุ๊ปนักศึกษาของมหาวิทยาลัยเมืองหลวง เริ่มกระจายจากปากต่อปาก แล้วก็ยิ่งเลยเถิดมากขึ้นเรื่อย ๆ
ลู่ฉืออาศัยเพื่อนของติงเหว่ยที่อยู่มหาวิทยาลัยเมืองหลวง แทรกซึมเข้าไปในกรุ๊ปนักศึกษาของพวกเขาอย่างลับ ๆ
พอแอดมินของกรุ๊ปเปิดฟังก์ชันนิรนาม ทุกคนก็ปล่อยผีพูดจาอย่างอิสระ
“วันนั้นฉันเห็นพวกเขาจับมือกันนะ”
“จับมือนับเป็นอะไร ฉันเห็นพวกเขาจูบกัน เห็นกับตาตัวเอง จูบตั้งสิบนาทีเต็ม ๆ ตอนนั้นฉันหลบอยู่ใต้โต๊ะข้าง ๆ กำลังแอบเอ็นพีซีอยู่ ยังไม่กล้าส่งเสียงเลย”
[รูปภาพ]
ลู่ฉือนอนอยู่บนเตียง มือถือเกือบร่วงใส่หน้า
“เฮ้ย แซ่บขนาดนี้! แต่ส่วนสูงกับรูปร่างดูไม่ค่อยตรงนะ เสิ่นเจ๋อเหวินดูสูงกว่านี้เยอะเลย”
“เพื่อน ฉันแนะนำให้ลบซะ นี่รูปฉันกับแฟนฉันเอง อย่าคิดว่าแอบหลังนิรนามแล้วฉันจะหาตัวไม่เจอนะ”
ลู่ฉือถอนหายใจเฮือกใหญ่
เด็กสมัยนี้เป็นอะไรกัน ฟังข่าวลือก็เชื่อเป็นตุเป็นตะ
ได้เวลาออกหน้าไปเตือนพวกเขาหน่อยแล้ว
ลู่ฉือเองก็เปิดโหมดนิรนาม พิมพ์ในกรุ๊ปว่า
“อย่าเชื่อข่าวลือ อย่าแพร่ข่าวลือ พวกเขาก็แค่เพื่อนกันธรรมดา”
