ติงเหว่ยกับอวี๋ซีรู้ว่าลู่ฉือเพิ่งหายเจ็บเท้าก็หิ้วเค้กมุ่งหน้าตรงไปที่ตระกูลเฉิน แถมยังเชิญเฉินโย่วเซวียนกับพวกอีกสองสามคนเอาเค้กล้างหน้าด้วย เลยอดไม่ได้ที่จะหยอกล้อกันในกลุ่มแชท
ติงเหว่ย: คราวนี้ชื่อเสียของพี่ลู่คงจะกระฉ่อนไปทั่วแน่
อวี๋ซี: ชื่อเสียอะไรกัน เห็นชัด ๆ ว่าชื่อเสียงเกรียงไกรต่างหาก!
ติงเหว่ย: ผมดูออกละ นายก็แฟนคลับตัวน้อยของพี่ลู่ชัด ๆ
ติงเหว่ย: แต่พี่ลู่ครับ ตอนพี่กลับบ้านทำไมไม่เรียกผมไปด้วยล่ะ ถ้าพวกนั้นอาศัยจำนวนคนมากกว่าแล้วโต้กลับพร้อมกันจะทำยังไง อันตรายจะตาย
ลู่ฉือ: ก็น่าเล่นกับพวกนั้นจริงจังสักตั้ง แล้วมอบการศึกษาด้วยความรักให้เลย
“เพล้ง”
สมุดแบบฝึกหัดถูกวางลงตรงหน้าทันใด ข้อที่ทำผิดถูกเสิ่นเจ๋อเหวินใช้ปากกาสีแดงวงไว้ และเขียนวิธีทำเฉลยกำกับไว้ข้าง ๆ
ใกล้จะถึงวันแข่งแล้ว ตอนนี้ถือเป็นช่วงโค้งสุดท้าย ลู่ฉือหมกตัวอยู่ในห้องติวของหมิ่นสิงทั้งวัน
เสิ่นเจ๋อเหวินนั่งอยู่ข้าง ๆ ตอนที่เขาดูการบ้านให้ ลู่ฉือก็รู้สึกเบื่อขึ้นมาจริง ๆ แต่ก็ไม่อยากชักโทรศัพท์ขึ้นมาเล่นโจ๋งครึ่มเกินไป เพราะดูแล้วไม่ให้เกียรติอีกฝ่ายเท่าไร
เขาก็เลยเอาโทรศัพท์วางไว้ใต้โต๊ะแอบอ่านข้อความในกลุ่ม เหมือนที่คนทั่วไปแอบเล่นตอนเรียนนั่นแหละ
น่าเสียดายที่สายตาสั้นนิดหน่อย ยิ่งอ่านหัวก็ยิ่งก้มต่ำลงไปโดยไม่รู้ตัว
พอก้มนานเข้า ก็รู้สึกปวดคอ สักพักก็ลืมตัว หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาวางบนโต๊ะ
ลู่ฉือกระแอมไอแห้ง ๆ ภายใต้สายตาจับจ้องของเสิ่นเจ๋อเหวินที่อยู่ข้าง ๆ ก็ล็อคหน้าจอโทรศัพท์อย่างเงียบ ๆ แล้วยัดไว้ใต้หนังสือ
วันนี้ข้างนอกมีฝนโปรยปราย ตอนออกจากบ้านลู่ฉือไม่ได้พกร่มมา สวมแค่หมวกแก๊ปแล้วรีบฝ่าสายฝนมาจนถึง ปลายผมเปียกละอองน้ำเล็กน้อย
