หลายเดือนหลังจากถูกตระกูลเฉินรับตัวกลับมายังเมืองหลวง ลู่ฉือก็ปิดกั้นตัวเองไว้ในภาชนะโปร่งใสใบหนึ่ง ทุกวันใช้ชีวิตวนเวียนอยู่แค่ระหว่างบ้านกับโรงเรียน ไม่เคยพูดคุยกับใคร
การปรากฏตัวของเสิ่นเจ๋อเหวินทำให้ภาชนะใบนั้นเกิดรอยร้าวเล็ก ๆ และนำพาอากาศสดใหม่ที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อนเข้ามา
แม้ลู่ฉือจะไม่ค่อยคบเพื่อน และนิยามของคำว่าเพื่อนในใจก็คลุมเครือ แต่เขาแทบไม่เคยอยู่ร่วมกับใครได้อย่างสงบสุขนานถึงหนึ่งเดือน ดังนั้นพวกเขาน่าจะนับเป็นเพื่อนได้
หลังพักฟื้นอยู่ที่บ้านหนึ่งวัน เมื่อลู่ฉือกลับไปโรงเรียนอีกครั้ง ในห้องเรียนก็เหลือเขาอยู่เพียงคนเดียวเหมือนเดิม
ลู่ฉือคิดว่าคงเป็นเพราะก่อนหน้านี้เขาแสดงท่าทีไม่ดี ทำหน้าบึ้งใส่จนไล่เสิ่นเจ๋อเหวินไป
ที่จริงหลังออกจากห้องเรียนไปได้ไม่นาน เขาก็รู้แล้วว่าตัวเองไม่ควรทำแบบนั้น
เพราะอย่างนั้นเขาจึงไปร้านสะดวกซื้อใกล้ ๆ แล้วซื้อลูกอมที่กำลังฮิตในหมู่นักเรียนช่วงนี้มา
ลู่ฉือจ้องโต๊ะเรียนว่างเปล่าข้าง ๆ อยู่นาน ริมฝีปากเม้มแน่นขึ้นเล็กน้อย
ลูกอมที่วางเตรียมไว้บนโต๊ะตั้งแต่เมื่อวานหายไปแล้ว น่าจะถูกเสิ่นเจ๋อเหวินเอาไป
ไม่รู้ว่าเสิ่นเจ๋อเหวินชอบกินหรือเปล่า เขาซื้อมาหลังได้ยินคนบอกว่าลูกอมชนิดนี้ไม่หวานเลี่ยน กินแล้วสดชื่น แต่ดูเหมือนเสิ่นเจ๋อเหวินจะไม่ชอบกินของหวาน...
เสิ่นเจ๋อเหวินไม่ได้มา เพราะอย่างนั้นคำขอโทษเมื่อวานก็คงไม่มีประโยชน์
ลู่ฉือก้มหน้า เปิดหนังสือเรียนบนโต๊ะ แล้วก็ชะงักไป
กระดาษแผ่นที่เขาขีดเขียนแก้ไปแก้มาเมื่อวานถูกสอดไว้อย่างเรียบร้อยในหนังสือ ตรงหน้าที่เขาอ่านเตรียมไว้ก่อนหน้านี้
กระดาษถูกพลิกไปอีกด้าน บนนั้นมีลายมือที่สวยกว่าของเขาไม่รู้กี่เท่าเขียนไว้ว่า
“รับค่าเรียนไว้แล้ว มีข้อสงสัยอะไรก็ติดต่อมาได้ทุกเมื่อ”
ด้านหลังมีหมายเลขโทรศัพท์ชุดหนึ่ง
เสิ่นเจ๋อเหวินถูกเรียกกลับไปทำงานที่จวี้ซังหาง จึงไม่มีเวลามาโรงเรียนอีก
“ต่อไปคุณครูเสิ่นวางแผนจะสร้างศิษย์ให้เต็มบ้านเต็มเมืองหรือไง” ตอนตื่นนอนตอนเช้า เสิ่นลั่วก็หาเรื่องแซวเขาตามปกติ
